ทริปพิเศษ ๙ ไปกับบุญ เพียงความว่างเปล่า ปีที่๓/๒๕๖๒

 

รับฟังธรรมะบรรยายพุทธประวัติ โดย พระมหาอนุชน สาสนกิตฺติ ป.ธ.๙, ดร. ตลอดการเดินทาง

ทริปพิเศษ สำหรับเส้นทางแสวงบุญ สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล (บินไป-กลับพุทธคยา)

  • ในราคาพิเศษสุดๆ สำหรับทุกท่านที่ตั้งใจไปแสวงบุญ

  • จัดเตรียมที่พักโรงแรม และอาหารอย่างดีไว้ให้ทุกมื้อ

  • เดินทางไป-กลับ ที่พุทธคยา สะดวกสบายไม่เหนื่อย

  • พิเศษ ด้วยพระวิทยากรผู้ทรงความรู้บรรยายโดยละเอียดในแต่ละสถานที่ พร้อมนำสวดมนต์ภาวนาตลอดการเดินทาง

  • จัดเตรียมหนังสือสวดมนต์ ผ้ารองนั่ง ถุงผ้าใส่ของ

  • ผ้าห่มพระพุทธเมตตา และพระปางปรินิพพาน

เดินทาง  : วันศุกร์ ๑๕ - วันศุกร์ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๒

เส้นทาง  :  พุทธคยา – ราชคฤห์-นาลันทา- ไวสาลี-กุสินารา-ลุมพินี-สาวัตถี-พาราณสี-พุทธคยา

สายการบิน : แอร์เอเชีย (Air Asia Airline/FD)

อัตราค่าบริการ : ราคาท่านละ ๓๙,๕๐๐.- บาท สำหรับคณะ ๒๕ ท่าน

พิเศษ เพื่อการเดินทางแสวงบุญให้อิ่มบุญ อุ่นใจ ทริปนี้ไม่มีการเตรียมอาหารเสริมให้แต่อย่างใดนะคะ สาเหตุก็เพราะว่าที่ผ่านมามีหลายๆท่านบอกว่าเตรียมอาหารมาเยอะเกินตั้งใจมาปฏิบัติอยากจะตัดเรื่องกินเรื่องอยู่ ขอมุ่งเรื่องปฏิบัติให้เต็มที่ ดังนั้นบริษัทจึงงดการเตรียมอาหารเสริม แล้วเรามาเริ่มการตามรอยบาทพระพุทธองค์ด้วยการอยู่ง่ายกินง่าย เตรียมเสื้อผ้าแบบเรียบง่ายมาสำหรับทริปนี้ ลองงดการนำอาหารที่เราชอบมาด้วยค่ะ แล้วเราจะก้าวเข้าสู่เส้นทางธรรมไปด้วยกันเพื่อความสุขจากภายในอย่างแท้จริง ถวายน้ำปานะ สำหรับพระ แม่ชี และท่านที่ถือศีล ๘ ค่ะ

อัตราค่าบริการ : สำหรับพระ แม่ชี และฆราวาส ราคาเดียวกัน เนื่องจากทำราคาที่พิเศษมากให้อยู่แล้วค่ะ

 ตารางเวลาบินสายการบิน / การบินแอร์เอเชีย

วันเดินทาง  

เส้นทาง  

เที่ยวบิน  

เวลาออก  

เวลาถึง 

 ศุกร์ ๑๕ พฤศจิกายน ๖๒ 

 กรุงเทพ - พุทธคยา  

 FD ๑๑๒ 

 ๐๘.๔๐ 

 ๑๐.๑๐

 ศุกร์ ๒๒ พฤศจิกายน ๖๒

 พุทธคยา - กรุงเทพ 

 FD ๑๒๓ 

 ๑๐.๔๐ 

  ๑๔.๕๐

พักพุทธคยา ๒ คืน, ปัตนะ ๑ คืน, กุสินารา ๑ คืน, ลุมพินี ๑ คืน, สาวัตถี ๑ คืน, พาราณสี ๑ คืน

รายละเอียดการเดินทาง


วันแรก กรุงเทพ – พุทธคยา     (-/L/D)                                                             วันศุกร์ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

 
พุทธคยา : อภิสัมพุทธสถาน สถานที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้

๐๖.๐๐ น.    คณะพร้อมกันที่ “ท่าอากาศยานดอนเมือง” บริเวณผู้โดยสารขาออก อาคาร๑ ชั้น ๓ ประตู ๒
                 เคาน์เตอร์เช็คอินสายการบิน แอร์เอเชีย (Air Asia/FD) เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและดูแลอำนวยความสะดวกในการ                   เช็คอิน
๐๘.๔๐ น.   ออกเดินทางสู่ “เมืองพุทธคยา” ประเทศอินเดีย สายการบิน แอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD ๑๑๒ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๓ ชั่วโมง)
๑๐.๑๐ น.    เดินทางถึง “สนามบินเมืองคยา ประเทศอินเดีย” (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าไทย ๑.๓๐ ชม. ) หลังผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง  และรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่ “พุทธคยา” พุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญที่สุด ๑ ใน ๔ สังเวชนียสถาน ใช้ เวลาประมาณ ๒๕ นาที นำท่านเข้าสู่ที่พัก พักผ่อนอิริยาบทก่อนรับประทานอาหารกลางวัน
๑๑.๓๐ น.    ถวายเพล และ รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
 บ่าย           เริ่มต้นการจาริกแสวงบุญสังเวชนียสถานทั้งสี่แห่ง แห่งที่ ๑ พุทธคยา สถานที่เชื่อกันว่าเป็นที่ตรัสรู้ของ พระพุทธเจ้า ซึ่งค้นพบโดยนักโบราณคดีชาวอังกฤษ ชื่อ เซอร์ อเลกซานเดอร์ คันนิงแฮม เมื่อร้อยกว่าปีก่อนแล้วนำท่านนมัสการสถูปพุทธคยา ทรงศิขระที่ได้รับการบูรณะใหม่ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป “พระพุทธเมตตา” ปางมารวิชัย แล้วนำนมัสการ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ที่ได้นำพันธุ์มาปลูกตรงที่เชื่อกันว่าเป็นจุดที่พระพุทธเจ้า  ประทับนั่งบำเพ็ญเพียรจนตรัสรู้สมโพธิญาณ แล้วนำชม สัตตมหาสถาน สถานที่พระพุทธเจ้าเสวยวิมุติสุขหลังจากตรัสรู้แล้วเจ็ดแห่ง แห่งละสัปดาห์รอบๆพุทธคยาเพื่อทบทวนความรู้ก่อนที่จะเสด็จออกสั่งสอนผู้คน อันประกอบไปด้วย

สัปดาห์ที่ ๑:    เสด็จประทับบนพระแท่นวัชรอาสน์ ใต้ต้นศรีมหาโพธิ์ พร้อมเสวยวิมุตติสุขตลอด ๗ วัน
สัปดาห์ที่ ๒ :  เสด็จประทับ ณ อนิมิสเจดีย์ ทรงยืนจ้องพระเนตรดูต้นศรีมหาโพธิ์ โดยมิได้กระพริบพระเนตรตลอด ๗ วัน
สัปดาห์ที่ ๓ :  เสด็จประทับ ณ รัตนจงกรมเจดีย์ ทรงนิมิตจงกรมขึ้น แล้วเสด็จจงกรมเป็นเวลา ๗ วัน
สัปดาห์ที่ ๔ :  เสด็จประทับ ณ รัตนฆรเจดีย์ โดยเสด็จไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของต้นศรีมหาโพธิ์ และประทับนั่งขัดสมาธิในเรือนแก้วซึ่ง  เทวดานิรมิตถวาย ทรงพิจารณาพระอภิธรรม๗ วัน
สัปดาห์ที่ ๕ :  เสด็จไปประทับนั่งขัดสมาธิ ใต้ต้นไทร อชปาลนิโครธ ซึ่งเป็นที่พักของคนเลี้ยงแกะ ทรงถูกธิดาทั้ง สามของพญามารวัสตีใช้กิริยาอิตถีสตรียั่วพระพุทธองค์ให้หลงแต่ไม่สำเร็จ และทรงขับไล่ธิดาทั้งสามออกไปเสีย
สัปดาห์ที่ ๖ :  เสด็จไปประทับนั่งขัดสมาธิใต้ต้นจิก มุจลินทร์ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของต้นศรีมหาโพธิ์ ตอน
นั้นเกิดฝนตกลงมาเป็นเวลา ๗ วันพญานาคตนหนึ่งมีนามว่า “พญามุจลินท์นาคราช” เกิดความเลื่อมใสจึงได้แผ่พังพานป้องพระพุทธเจ้าเป็นเวลา ๗ วันเมื่อฝนหยุดตก พญานาคก็คลายขนดจำแลงกายเป็นมานพ เข้าไปถวายอัญชลีเฉพาะพระพักตร์และจากไป
สัปดาห์ที่ ๗ :  เสด็จไปประทับใต้ต้นเกด ราชายตนะ ประทับนั่งเสวยวิมุติสุขตลอด ๗วัน

จากนั้น นำท่านชมศิลปะอินเดียสมัยพระเจ้าอโศกอายุกว่า ๒,๒๐๐ ปี ชม เสาพระเจ้าอโศก ที่ทรงให้สร้างเพื่อประกาศศาสนาและถวายเป็นพุทธบูชาแก่สังเวชนียสถาน ชมประตูโทรณะที่สลัก เรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ แล้วชมสถูปและภาพสลักอดีตพระพุทธเจ้าศิลปะสมัยปาละอายุราว ๑,๒๐๐ ปี สมัยปาละเป็นช่วงที่พุทธศาสนารุ่งเรืองแผ่ขยายอยู่ในอินเดียภาคเหนือโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่มหาวิทยาลัยนาลันทา รัฐพิหารตามหลักฐานการบันทึกจดหมายเหตุการณ์เดินทางมาสืบทอดพุทธศาสนาของหลวงจีนเหี้ยนจัง(พระถังซัมจั๋ง) และหลวงจีนอี้จิง จากประเทศจีน”    
ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ที โรงแรม
ที่พัก  เมืองพุทธคยา :   HOTEL OAKS  ( ระดับ ๔ ดาว) หรือเทียบเท่า  

               
     

วันที่สอง พุทธคยา – ราชคฤห์ เขาคิชกูฏ –นาลันทา หลวงพ่อองค์ดำ –ปัตนะ                  วันเสาร์ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๒
เช้าตรู่ รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พัก
นำท่านออกเดินทางไปยัง ราชคฤห์ นครหลวงแห่งแคว้นมคธ เดินทางสู่เขาคิชฌกูฏ เพื่อ นมัสการ พระคันธกุฏิ ที่เคยเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้า ชมกุฏิพระอานนท์, ถ้ำสุกรขาตา ที่พระสารีบุตรบรรลุอรหันต์ ถ้ำพระโมคคัลลานะ   ชมวิวของเมืองราชคฤห์ที่ถูกล้อมรอบด้วยภูเขาทั้ง 5 ลูกจากด้านบนของเขาคิชกูฏ
(การขึ้นเขาคิชกูฏ เป็นการเดินขึ้นที่ลาดชันพอประมาณ ระยะทางประมาณ ๗๕๐ เมตร หากเดินไม่ไหวมีเสลี่ยงให้นั่งแต่ต้องแจ้งกับไกด์ล่วงหน้าเพื่อทำการจองเสลี่ยงไว้ให้ค่ะ *ราคาไม่รวมในรายการ* ประมาณ ๘๐๐ บาท)
ระหว่างทางแวะชม วัดชีวกัมพวันของหมอชีวกโกมารภัจจ์ ซึ่งเคยเป็นที่ปฐมพยาบาลพระพุทธเจ้าเมื่อคราวถูกพระเทวทัตลอบทำร้าย และยังเป็นโรงพยาบาลสงฆ์แห่งแรกของโลก
นำท่านชมวัดเวฬุวัน (สวนไม้ไผ่) วัดแรกในพระพุทธศาสนา  ที่พระเจ้าพิมพิสารสร้างถวายพระพุทธองค์ ณ ที่นี้ได้เกิดเกิดเหตุการณ์พระสงฆ์จำนวน ๑,๒๕๐ รูป ล้วนเป็นเอหิภิกขุมาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย จึงเกิดเป็นวันมาฆบูชา  แล้วนำชม ตโปธาร เชื่อกันว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ชาวฮินดูเชื่อว่าอาบแล้วได้บุญและสามารถรักษาโรคร้ายได้ โดยแบ่งการอาบน้ำเป็นชั้นตามวรรณะ
๑๑.๓๐ น. ฉันภัตตาหารเพล / รับประทานอาหารกลางวัน
บ่าย เดินทางสู่ นาลันทา บ้านเกิดของพระสารีบุตร นำชม มหาวิทยาลัยนาลันทา อดีตมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งแรกของโลก และยิ่งใหญ่เมือกว่าพันปีมาแล้ว  มีนักศึกษาจากนานาประเทศรวมทั้งพระถังซัมจั๋งที่มาจากเมืองจีนด้วย นำท่าน กราบขอพรและนมัสการ หลวงพ่อองค์ดำที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งแต่เดิมประดิษฐานอยู่ในมหาวิทยาลัยนาลันทา ต่อมาเมื่อมหาวิทยาลัยถูกเผาทำลาย แต่องค์พระกลับยังคงอยู่เกือบสมบูรณ์ ได้เวลาพอสมควรเดินทางต่อไปยัง เมืองปัตนะ (PATNA)  หรือในอดีตเรียก ปาฎลีบุตร , มคธ ปัจจุบันเป็นเมืองหลวงของแคว้นพิหาร ในอดีตเมืองนี้เคยเป็นสถานที่สังคายนาพระธรรมวินัยครั้งที่สาม ณ อโศการาม และที่นี้ยังเป็นสถานที่เผยแพร่พุทธศาสนาไปทั่วอินเดียในสมัยพระเจ้าอโศกมาหาราช 
ค่ำ ถวายน้ำปานะ /รับประทานอาหารค่ำ / ให้ท่านได้อิสระพักผ่อน
ที่พัก เมืองปัตนะ :  HOTEL PATNA CONTINENTAL (ระดับ ๔ ดาว)  หรือเทียบเท่า 


                      

วันที่สาม ปัตนะ - ไวสาลี – กุสินารา                                                                               วันอาทิตย์ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

เช้าตรู่ ฉันภัตตาหารเช้า /รับประทานอาหารเช้า
๐๖.๐๐ น. เดินทางสู่เมือง ไวสาลี ชมเมืองหลวงของอาณาจักรวัชชี หนึ่งใน ๑๖  แคว้นของชมพูทวีปในสมัยโบราณ เมืองนี้มีชื่อหลายชื่อ คือ  ไพสาลี,ไวสาลี และเมืองนี้เป็นศูนย์กลางการเผยแพร่พุทธศาสนาที่สำคัญแห่งหนึ่ง รวมทั้งเป็นที่กำเนิดของพระมหาวีระศาสดาของศาสนาเชนและเป็นต้นแบบของการทำน้ำมนต์ในพุทธศาสนา  เนื่องจากได้เกิดทุพิกขภัยร้ายแรงทั่วเมืองไวสาลีมีคนตายมากมาย กษัตริย์ลิจฉวีจึงได้นิมนต์ให้พระพุทธเจ้าได้มาโปรดชาวเมือง พระองค์ท่านจึงนำเหล่าภิกษุ ๕๐๐ รูปเดินทางไปโปรดพร้อมทั้งได้มีการประพรมน้ำมนต์ทั่วทั้งเมือง นำท่านชม กุฏาคารศาลาวัดป่ามหาวัน อารามที่กษัตริย์ลิจฉวีสร้างถวายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งอยู่ในป่ามหาวันทางเหนือของอาณาจักรวัชชีในป่าหิมาลัยและพระพุทธองค์ทรงประทับอยู่ในพรรษาที่ ๕ ชม “เสาอโศก” ที่มีรูปสิงห์อยู่ในลักษณะนั่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออกที่สมบูรณ์ที่สุด ปัจจุบันเหลือเพียงซากโบราณสถานที่ประกอบไปด้วยสังฆาราม ห้องพัก ห้องประชุม ชม “ปาวาลเจดีย์” สถานที่พระยามารได้เข้ามากราบทูลขอให้พระองค์เสด็จปรินิพพานสถานที่พระพุทธองค์ทรงปลงอายุสังขาร
๑๑.๐๐ น. ฉันภัตตาหารเพล / รับประทานอาหารกลางวัน
บ่าย นำท่านเดินทางต่อไปยังเมืองกุสินารา เป็นที่ตั้งของสังเวชนียสถานแห่งที่ ๔ ดินแดนแห่งพุทธปรินิพพาน มหานครแห่งแคว้นมัลละ
ค่ำ  ถวายน้ำปานะ และรับประทานอาหารค่ำ ณ ที่พัก
ที่พัก เมืองกุสินารา : HOTEL LOTUS /HOTEL IMPERIAL (ระดับ ๔ ดาว) หรือเทียบเท่า
                                    

วันที่สี่ กุสินารา – ลุมพินี (ประเทศเนปาล)                                                                             วันจันทร์ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

 
กุสินารา : พุทธสถูป สถานที่พระพุทธเจ้า ทรงปรินิพพาน


เช้ามืด  ฉันภัตตาหาร / รับประทานอาหารเช้า  จากนั้นนำท่านกราบนมัสการพระพุทธปรินิพพาน ณ “สาลวโนทยาน” สถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน นมัสการพระมหาสถูป จากนั้นนำท่านสู่ “มกุฏพันธนเจดีย์” สถานที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพ สวดมนต์ เจริญจิตภาวนา แผ่เมตตา เวียนประทักษิณรอบพระมหาสถูป เพื่อถวายการบูชา
๑๑.๓๐ น. ฉันภัตตาหารเพล / รับประทานอาหารกลางวัน
บ่าย เดินทางต่อสู่ สวนลุมพินีวัน พุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญ ๑ ใน ๔ สังเวชนียสถานเป็นสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะผู้ซึ่งต่อมาตรัสรู้เป็นพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยข้ามพรมแดนจากอินเดีย สู่ประเทศเนปาล ประทับตราหนังสือเดินทางเพื่อผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองเดินทางสู่ เมืองสิทธารัตถะ
ค่ำ ถวายน้ำปานะสำหรับพระภิกษุ และแม่ชี / รับประทานอาหารค่ำ ณ ที่พัก
ที่พัก เมืองลุมพินี : HOTEL KASAI  (ระดับ ๔ ดาว)  หรือเทียบเท่า

                                   
                                       

วันที่ห้า ลุมพินี – สาวัตถี วัดเชตวัน                                                                                           วันอังคาร ๑๙ พฤศจิกาย ๒๕๖๒
 
ลุมพินี: ชาตสถาน สถานที่พระพุทธเจ้าประสูติ


เช้าตรู่ ฉันภัตตาหารเช้า / รับประทานอาหารเช้า
นำท่านเข้าสู่ “สวนลุมพินีวัน” ชม พระวิหารมายาเทวี, เสาอโศก, สระโบกขรณี และสถานที่สำคัญ ๆ รอบสวนลุมพินีวัน สถานที่ประสูติของพระโพธิสัตว์ ทำวัตรสวดมนต์ เจริญสมาธิภาวนา แผ่เมตตาระลึกถึงพระคุณของผู้ให้กำเนิด ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางกลับสู่พรมแดนข้ามเข้าสู่ประเทศอินเดีย อีกครั้งหนึ่งเพื่อเดินทางสู่เมืองสาวัตถี
๑๑.๓๐ น. ฉันภัตตาหารเพล / รับประทานอาหารระหว่างทาง
บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมือง “สาวัตถี” เมืองที่พระพุทธองค์ประทับนานถึง ๒๕ พรรษา เมื่อเดินทางถึงเมืองสาวัตถี นำท่านชม และนมัสการ      วัดเชตะวันมหาวิหาร , ต้นอานันทโพธิ์ และสวดมนต์ไหว้พระ เจริญสมาธิภาวนา ณ พระคันธกุฎีที่ทรงประทับ จากนั้นนำท่านเยี่ยมชม คฤหาสน์ของท่านอนาถบิณฑกเศรษฐี บ้านท่านปุโรหิตผู้เป็นบิดาของพระองคุลีมาล และชมสถานที่แสดงยมกปาฏิหาริย์ก่อนเสด็จไปโปรดพุทธมารดาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์
ค่ำ ถวายน้ำปานะ / รับประทานอาหารค่ำ ณ ที่พัก
ที่พัก เมืองสาวัตถี : HOTEL THE ROYAL RESIDENCY ( ระดับ ๓ ดาว) หรือเทียบเท่า
                                   

วันที่หก สาวัตถี  - พาราณสี                                                                                                     วันพุธ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

 
สารนาถ : ธัมมจักกัปปวัตตนสถาน สถานที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา


เช้ามืด ฉันภัตตาหารเช้า / รับประทานอาหารเช้า หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางสู่เมืองพาราณสี เมืองที่พระพุทธองค์แสดงปฐมเทศนา ธัมมจักรกัปปวัตตนสูตร ณ ป่าอิสิปนตมฤคทายวัน
๑๑.๓๐ น. ฉันภัตตาหารเพล / รับประทานอาหารกลางวัน ระหว่างทาง
บ่าย เดินทางถึงเมืองพาราณสี ดินแดนแห่งการแสวงบุญชำระบาป มรดกโลกที่มีชีวิตสี่พันปีของอินเดีย และเป็นเมืองหลวงของแคว้นกาสี มีแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ไหลผ่าน จัดเป็นเมืองสุทธาวาสที่สถิตย์แห่งพระศิวะเทพและถือว่าเป็นเมืองอมตะของอินเดีย

นำท่านไปยัง เมืองสารนาถ สวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิ ที่ธัมเมกสถูป ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เป็นพุทธสังเวชนียสถานแห่งที่ ๓ สถานที่แสดงปฐมเทศนาธรรมจักกัปปวัตนสูตร โปรดปัญจะวัคคีย์ทั้งห้า ในสมัยพุทธกาลเป็นสถานที่สงบและเป็นที่ชุมนุมของเหล่ฤาษี นักบวชและนักพรต  ต่าง ๆ ที่มาบำเพ็ญตบะและโยคะเพื่อเข้าถึงพรหมัน (ตามความเชื่อของพราหมณ์) นำท่านชม มูลคันธกุฏิ สถานที่พระพุทธเจ้าประทับจำพรรษาแรกและพรรษที่ ๑๒ ชม สถูปเจาคันธี ซึ่งสร้างเป็นธรรมราชิกสถูปเป็นสถูปที่เคยเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุมาก่อนหลังจากนั้นนำท่านชม “พิพิธภัณฑ์สารนาถ” สถานที่เก็บรวบรวมวัตถุโบราณที่มีความสำคัญทางพุทธศาสนา ที่ขุดค้นพบในบริเวณสารนาถ ชมหัวเสาพระเจ้าอโศก นำชมโบราณวัตถุชิ้นเอกของพิพิธภัณฑ์ “พระพุทธรูปแบบคุปตะปาง" ที่ค้นพบบริเวณใกล้ๆกับมูลคันธกุฏี สถานที่จำพรรษาของพระพุทธเจ้า
ค่ำ ถวายน้ำปานะ / รับประทานอาหารค่ำ ณ ที่พัก
ที่พัก เมืองพาราณสี : HOTEL COSTA  REVERA . (ระดับ ๔ ดาว)  หรือเทียบเท่า

                                       

วันที่เจ็ด  พาราณสี – พุทธคยา                                                               วันพฤหัสบดี ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

 

เช้ามืด  นำท่านชม แม่น้ำคงคา ในบรรยากาศยามเช้า และ ล่องเรือแม่น้ำคงคา  ชาวฮินดูเชื่อถือว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลมาจากมวยผมขององค์พระศิวะ ไหลมาจากที่ราบสูงทิเบตเทือกเขาหิมาลัย ชมการเผาศพที่ไฟไม่เคยมอดดับมากว่า ๒,๕๐๐ ปี จากนั้นเดินทางกลับโรงแรม

เช้า ฉันภัตตาหารเช้า / รับประทานอาหารเช้า แล้วออกเดินทางไปยังเมืองพุทธคยา ใช้เวลาประมาณ ๕-๖ ชั่วโมง
๑๑.๐๐ น. ถวายเพล และรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย เดินทางถึงพุทธคยา นำท่านเข้าสู่ที่พัก และพักผ่อนอิริยาบท อิสระพักผ่อน หรือ ปฏิบัติธรรมบริเวณต้นพระศรีมหาโพธิ์ 
ค่ำ   ถวายน้ำปานะ / รับประทานอาหารค่ำ  ณ ที่พัก
ที่พัก  เมืองพุทธคยา  HOTEL OKS (ระดับ ๔ดาว)  หรือเทียบเท่า


 

วันที่เปด พุทธคยา – กรุงเทพ                                                                                                     วันศุกร์ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๒
เช้า  ฉันภัตตาหารเช้า / รับประทานอาหารเช้า  จากนั้นเดินทางสู่สนามบินเมืองคยา
๑๐.๔๐ น.  ออกเดินทางกลับสู่ประเทศไทย โดยสายการบิน แอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD ๑๒๓   (ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๓ ช.ม.)
๑๔.๕๐ น.  เดินทางถึงสนามบินดอนเมือง ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ อิ่มบุญ

 

หมายเหตุ โปรแกรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม และเวลาตามโปรแกรมเป็นเวลาที่ประมาณไว้อาจเปลี่ยนแปลงได้ โดยจะยึดผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

อัตราค่าบริการ (ราคานี้สำหรับคณะ ๒๕ ท่านขึ้นไป)

 CODE   วันเดินทาง   ผู้ใหญ่พัก 2 ท่าน   เด็ก (พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน)  เด็ก (ไม่มีเตียง)  พักเดี่ยวเพิ่ม 
 IND/FD๐๐๑   ๑๕-๒๒พฤศจิกายน๖๒   ๓๙,๕๐๐.-  ๓๘,๕๐๐.-  ๓๗,๕๐๐.-      ๗,๕๐๐.-


***สำหรับท่านที่มีวีซ่าอินเดียอยู่แล้ว รับส่วนลดท่านละ ๓,๔๐๐ บาท***
***ลูกค้าเก่ารับส่วนลด ท่านละ ๕๐๐ บาท***


อัตราค่าบริการนี้รวม
 - ค่าตั๋วเครื่องบินสายการบินแอร์เอเชีย (AIR ASIA ) ชั้น Economy ไป-กลับ ตามโปรแกรมทัวร์
 - ค่าโรงแรมที่พัก ๗  คืน (พักห้องละ ๒ ท่าน หรือ ๓ท่านหากไม่ลงตัว)
 - ค่าอาหารทุกมื้อพร้อมอาหารว่างและเครื่องดื่ม (ตามระบุในรายการ)
 - ค่ารถปรับอากาศนำเที่ยว
 - ค่าภาษีสนามบินไทย + ค่าภาษีสนามบินอินเดีย
 - ค่าวีซ่า (หากมีการปรับราคา เพิ่มจากสถานฑูต เก็บเพิ่มตามความเป็นจริง) และค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ
 - ค่าทิปบริการยกกระเป๋าของทุกโรงแรม
 - มัคคุเทศก์พูดไทย (มีพระบรรยายและนำสวดมนต์ นั่งสมาธิ ตลอดทริป)
 - เอสคอร์ทคนอินเดีย ดูแลตลอดการเดินทาง
 - ค่าประกันภัยอุบัติเหตุในการเดินทาง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)
อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
 - ค่าน้ำหนักเกินพิกัดตามสายการบินกำหนด ๓๐ กิโลกรัม
 - ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ นอกรายการ อาทิ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด และค่าเครื่องดื่มในห้องพัก
 - ค่าทิปไกด์และคนขับรถอินเดีย ท่านละ ๑,๐๐๐ บาท ตลอดทริป
 - ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% กรณีต้องการใบเสร็จ
สิ่งที่ควรนำติดตัว:   กล้องถ่ายรูป, ของใช้ส่วนตัว,ยารักษาโรคประจำตัว,รองเท้าสวมใส่สบาย,เสื้อกันหนาว,หมวก หรื่อร่มกันแดด
การชำระเงิน
ชำระครั้งแรก ๑๐,๐๐๐ บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการมัดจำตั๋วเครื่องบิน – ที่พัก – อาหาร – รถบริการ

ส่วนที่เหลือให้ชำระก่อนการเดินทาง ๓๐ วัน จำนวน ๒๙,๕๐๐ บาท และค่าทิป จำนวน ๑,๐๐๐ บาทขอเก็บที่สนามบินวันเดินทางค่ะ

เอกสารประกอบในการขอวีซ่า
 - หนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า ๖ เดือน (นับจากวันเดินทาง)
 - หนังสือเดินทางควรมีหน้าว่างๆ สำหรับประทับตราวีซ่าและตราเข้า-ออก อย่างน้อย ๒ หน้า
 - รูปถ่ายหน้าตรง รูปสี พื้นหลังสีขาว ขนาด ๒x๒ นิ้ว จำนวน ๒ รูป (ห้ามใส่เครื่องแบบราชการ) และต้องไม่ใช่สติ๊กเกอร์ หรือรูปพริ้นซ์ จากคอมพิวเตอร์ (รูปใหม่ถ่ายไม่เกิน ๖ เดือน)
 - สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน+สำเนาทะเบียนบ้าน
 

กรุณาส่งเอกสารล่วงหน้าอย่างน้อย ๑๕ วัน


***สำคัญมาก*** กรุณาระบุอาชีพ เช่น
   ถ้าเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ให้ระบุตำแหน่ง,ชื่อ/ที่อยู่/เบอร์โทรศัพท์ของบริษัทฯที่ทำงานเป็นภาษาอังกฤษ
   ถ้าเกษียณราชการแล้ว ให้ระบุชื่อหน่วยงานที่เคยสังกัด พร้อมที่อยู่ รหัสไปรษณีย์ หมายเลขโทรศัพท์
   ถ้าเป็นแม่บ้าน ให้แจ้งอาชีพและสถานที่ทำงานของสามี
   ถ้าประกอบธุรกิจส่วนตัวให้เขียนแจ้งที่อยู่พร้อมชื่อสถานที่ประกอบการ
   ถ้าเป็นนักเรียน/นักศึกษา ให้แจ้งชื่อสถานศึกษา
   ถ้าเป็นเด็กเล็ก ให้แจ้งสถานที่ทำงานของบิดา-มารดา
   หากแต่งงานแล้ว กรุณาแจ้งชื่อ-นามสกุลและสถานที่เกิด (ระบุจังหวัด) ของคู่สมรส
   หากเป็นผู้หญิงกรุณาแจ้งนามสกุลเดิมก่อนแต่งงาน - กรณีคู่สมรสอย่าร้าง/เสียชีวิต ให้แจ้งว่าหย่าแล้ว หรือ เสียชีวิต

***ผู้ที่ยังไม่มีหนังสือเดินทางต้องทำให้เสร็จก่อนวันเดินทางไม่ต่ำกว่า ๑  เดือน
 ส่วนพระภิกษุ - สามเณร จะต้อง ดำเนินการผ่าน ศ.ต.ภ.ให้เสร็จก่อนวันเดินทางไม่ต่ำกว่า.. ๑ เดือน


สถานทูตอินเดียอาจปฏิเสธไม่รับทำวีซ่าให้ในกรณีดังนี้
๑.ชื่อเป็นผู้ชาย แต่ส่งรูปถ่ายที่ดูเป็นหญิง เช่น ไว้ผมยาว หรือแต่งหน้าทาปาก
๒.นำรูปถ่ายเก่า ที่ถ่ายไว้เกินกว่า ๖ เดือนมาใช้
๓.นำรูปถ่ายที่มีวิวด้านหลัง ที่ถ่ายเล่น หรือรูปยืนเอียงข้าง มาตัดใช้เพื่อยื่นทำวีซ่า
๔.นำรูปถ่ายที่เป็นกระดาษถ่ายสติคเกอร์ หรือรูปที่พริ้นซ์จากคอมพิวเตอร์
แนะนำก่อนเดินทาง
๑. กรุณาแยกของเหลว เจล สเปรย์ ที่จะนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน ต้องมีขนาดบรรจุภัณฑ์ไม่เกิน ๑๐๐ มิลลิลิตรต่อชิ้น และรวมกันทุกชิ้น
๒. ไม่เกิน ๑,๐๐๐ มิลลิลิตร โดยแยกใส่ถุงพลาสติกใสซึ่งมีซิปล็อคปิดสนิท และสามารถนำออกมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจได้อย่างสะดวก ณ จุดเอ็กซ์เรย์ อนุญาตให้ถือได้ท่านละ ๑ ใบเท่านั้น ถ้าสิ่งของดังกล่าวมีขนาดบรรจุภัณฑ์มากกว่าที่กำหนดจะต้องใส่กระเป๋าใบใหญ่และฝากเจ้าหน้าที่โหลดใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น
๓.  สิ่งของที่มีลักษณะคล้ายกับอาวุธ เช่น กรรไกรตัดเล็บ มีดพก แหนบ อุปกรณ์กีฬาฯ จะต้องใส่กระเป๋าใบใหญ่และฝากเจ้าหน้าที่โหลดใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น
ลักษณะทริป
 ท่องเที่ยวบนเส้นทางแสวงบุญ สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล พุทธคยา ลุมพินี กุสินารา สารวัตถี พารานสี สารนาท (บินตรงพุทธคยา)
เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย
พาสปอร์ตจะต้องมีอายุก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 6 เดือน ผู้จัดจะไม่รับผิดชอบและไม่สามารถคืนค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้เนื่องจากเป็น
การเหมาจ่ายกับตัวแทนต่างๆ ในกรณีที่ผู้เดินทางไม่ผ่านการพิจารณาในการตรวจคนเข้าเมือง-ออกเมือง ไม่ว่าจะเป็นกองตรวจคนเข้าเมืองหรือกรมแรงงานของทุกประเทศในรายการท่องเที่ยว อันเนื่องมาจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย การหลบหนีเข้าออกเมือง เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือการถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ