ID008 ครั้งหนึ่งในชีวิตพิชิตแดนพุทธภูมิ 5 วัน 4 คืน

ครั้งหนึ่งในชีวิตพิชิตแดนพุทธองค์

ทริปเดินทางไปตามธรรม

นำทุกท่านจาริกแสวงบุญ ตามรอยบาทพระศาสดา

บนดินแดนพุทธสถานอันศักดิ์สิทธิ์

สังเวชนียสถาน ๓ ตำบล ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน

ณ ประเทศอินเดีย เนปาล   เพิ่มพูนกุศลบุญบารมี ตามวิถีบูรพาจารย์

 

 

  

 

พิเศษ :  บินตรงไป – กลับ เมืองคยา โดยสายการบินแอร์เอเชีย

ที่พัก  : วัด +โรงแรมทุกคืน

ตารางการบิน (ใช้เวลาบินประมาณ ๓ ชั่วโมง)

 วันที่เดินทาง

 สายการบิน  เส้นทางการบิน  เที่ยวบิน เวลาออก   เวลาถึง
   AIR – ASIA  BKK- GAYA  FD ๑๒๒  ๐๘.๒๐

 ๑๐.๑๐

  AIR - ASIA  GAYA - BKK  FD ๑๒๓  ๑๐.๔๐

๑๔.๕๐

 

***เส้นทาง :  กรุงเทพฯ- พุทธคยา–กุสินารา – ลุมพินี (เนปาล)- พุทธคยา – กรุงเทพฯ


พระตถาคตตรัสกับพระอานนท์ว่า "อานนท์ชนทั้งหลายเหล่าใดเหล่าหนึ่งได้เที่ยวไปยัง

สังเวชนียสถานเหล่านี้ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาชนเหล่านั้น ครั้นทำกาลกิริยาลงจักเข้าถึงสุดคติโลกสวรรค์

พุทธคยา        เมืองต้นกำเนิดพระพุทธศาสนาที่มีอายุมากกว่า ๒,๕๐๐ ปี ซึ่งเป็นสถานที่สมเด็จพระสัมมา

                    สัมพุทธเจ้าตรัสรู้เองโดยชอบ  ณ ต้นพระศรีมหาโพธิ์แห่งนี้

ลุมพินี           สถานที่ประสูติของพระพุทธองค์และชมเสาศิลาจาลึกของพระเจ้าอโศกมหาราช
กุสินารา         สถานที่ที่พระพุทธองค์ เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน

รายละเอียดการเดินทาง

วันแรก      กรุงเทพ (สนามบินดอนเมือง) – พุทธคยา  บ้านนางสุชาดา-แม่น้ำเนรัญชรา-มหาเจดีย์พุทธคยา (-/L/D)

๐๖.๐๐ น.  คณะพร้อมกันที่ “ท่าอากาศยานดอนเมือง” บริเวณผู้โดยสารขาออก อาคาร ๑ ชั้น ๓ ประตู ๒
               เคาน์เตอร์เช็คอินสายการบิน แอร์เอเชีย (Air Asia/FD) เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและดูแลอำนวยความสะดวกในการเซ็ค

               อิน
๐๘.๔๐ น.  ออกเดินทางสู่ “เมืองพุทธคยา” ประเทศอินเดีย สายการบิน แอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD ๑๑๒ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๓ ชั่วโมง)
๑๐.๑๐ น.   เดินทางถึง “สนามบินเมืองคยา ประเทศอินเดีย” (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าไทย ๑.๓๐ ชม. ) หลังผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่ “พุทธคยา” พุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญที่สุด ๑ ใน ๔ สังเวชนียสถาน
๑๑.๓๐ น.   ถวายเพล และ รับประทานอาหารกลางวัน
บ่าย นำท่านชม “แม่น้ำเนรัญชรา” ซึ่งเจ้าชายสิทธัตถะลอยถาดเพื่อเสี่ยงทาย ถ้าจะได้สำเร็จเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขอให้ถาดลอยทวนกระแสน้ำ  
นำท่านเข้าชม “บ้านนางสุชาดา” ผู้ที่ถวายข้าวมธุปายาส ให้กับพระมหาบุรุษก่อนตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ตามตำนานเล่าว่า นางสุชาดาเคยบนไว้กับเทวดาใต้ต้นไทร พอสำเร็จความประสงค์จึงนำข้าวมธุปายาสไปถวายแก่พระมหาบุรุษ เพราะนึกว่าเป็นเทวดามารับเครื่องสังเวย
จากนั้น.... นำท่านชมและกราบนมัสการ “พระมหาเจดีย์พุทธคยา” สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าและนำท่านนมัสการ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ และ พระพุทธเมตตา ซึ่งเป็นพระพุทธปางมารวิชัย ที่สร้างด้วยหินแกรนิตสีดำ อายุกว่า ๑,๔๐๐ ปี

สักการะสัตตมหาสถานในบริเวณต้นพระศรีมหาโพธิ์
 สัปดาห์ที่ ๑   เสด็จประทับภายใต้ร่มไม้มหาโพธิ์ เสวยวิมุตติสุขตลอด ๗ วัน
 สัปดาห์ที่ ๒   เสด็จประทับ ณ อนิมิสเจดีย์ ทรงยืนจ้องพระเนตรดูต้นมหาโพธิ์โดยมิได้กระพริบพระเนตรตลอด ๗วัน
 สัปดาห์ที่ ๓   เสด็จประทับ ณ รัตนจงกรมเจดีย์ ทรงนิมิตจงกรมขึ้น แล้วเสด็จจงกรมอยู่ทีนี้เป็นเวลา ๗ วัน
 สัปดาห์ที่ ๔   เสด็จประทับ ณ รัตนฆรเจดีย์ เสด็จไปทางทิศพายัพ แห่งต้นศรีมหาโพธิ์ ประทับนั่งขัดสมาธิในเรือนแก้วซึ่งเทวดานิรมิตถวาย ทรงพิจารณาพระอภิธรรมตลอด ๗ วัน 
 สัปดาห์ที่ ๕   เสด็จไปประทับใต้ร่มไม้ไทร โดยมีชื่อว่า อชปาลนิโครธ ซึ่งเป็นที่พักของคนเลี้ยงแกะ ทรงถูกธิดาทั้งสามของพญามารวัสตีใช้กริยาอิตถีสตรียั่วพระพุทธองค์ให้หลงแต่ไม่สำเร็จ พระพุทธองค์ทรงขับไล่ธิดาทั้งสามออกไปเสีย
 สัปดาห์ที่ ๖   เสด็จไปประทับนั่งขัดสมาธิภายใต้ร่มไม้จิก โดยมีชื่อว่า มุจลินท์ ทางทิศอาคเนย์แห่งต้นมหาโพธิ์ ตอนนั้นเกิดฝนตกมาเป็นเวลา ๗ วัน พญานาคตนหนึ่งนามว่า พญามุจลินท์นาคราช เกิดความเลื่อมใสจึงได้แผ่พังพานป้องพระพุทธเจ้าเป็นเวลา ๗ วัน เมื่อฝนหยุดตก พญานาคก็คลายขนดจำแลงกายเป็นมานาพ เข้าไปถวายอัญชลีเฉพาะพระพักตร์และจากไป
 สัปดาห์ที่ ๗   เสด็จไปประทับภายใต้ร่มไม้เกด โดยมีชื่อว่า “ราชายตนะ” ประทับนั่งเสวยวิมุตติสุขตลอด ๗ วัน


 “สวดมนต์ ปฏิบัติธรรมใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ อันเป็นสถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากราบสักการะและเดินประทักษิณรอบองค์พระมหาเจดีย์พุทธคยา และถวายผ้าห่มจีวรองค์ หลวงพ่อพระพุทธเมตตา”


 หมายเหตุ : บริเวณต้นพระศรีมหาโพธิ์ ไม่อนุญาตให้ใช้โทรศัพท์ในการถ่ายรูป ต้องเก็บโทรศัพท์ไว้ในรถเท่านั้น แต่สามารถใช้กล้องถ่ายรูป (มีค่าใช้จ่าย ค่าเข้า ๑๐๐ รูปี)
ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก  เมืองพุทธคยา "โรงแรมทาจเดอบาร์ Hotel Taj Dubar หรือเที่ยบเท่า

วันที่สอง  พุทธคยา – กุสินารา                                                                                                (B/L/D)
เช้าตรู่ ถวายอาหารเช้า/รับประทานอาหาร จากนั้นเตรียมตัวออกเดินทางสู่ “เมืองกุสินารา” ระยะทางประมาณ ๒๕๑ ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๗-๘ ชั่วโมง แวะพักรับประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง
เย็น  เดินทางถึงเมืองกุสินารา  แล้วนำท่านเข้าสู่ที่พัก
ค่ำ   ถวายน้ำปานะ และรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก  เมืองกุสินารา โรงแรมอาดิลพี (HOTEL ADILPHI ) ระดับ ๓ ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่สาม  กุสินารา – ลุมพินี – กุสินารา                                                                                    (B/L/D)

เช้า  ถวายอาหารเช้า / รับประทานอาหารเช้า 

เดินทางสู่  “มหาปรินิพพานสถูป”  หรือ วิหารไสยาสน์ ตั้งอยู่ด้านบนฐานเดียวกับมหาปรินิพพานสถูป  ภายในประดิษฐาน “พระพุทธรูปปางปรินิพพาน” อยู่บนแท่นทำด้วยหินทรายแดงหรือ เรียกว่า  จุณศิลา องค์พระพุทธรูปยาว ๒๓ ฟุต ๙ นิ้ว (๗เมตร) กว้าง ๕ ฟุต เป็นศิลปะแบบมถุรา มีอายุมากกว่า ๑,๕๐๐ ปี ที่พระแท่นมีรูปสลักของ สุพัททปริพาชก กำลังเข้าไปขอบวช  และมีรูปสลักพระอนุรุทธะ และพระอานนท์อยู่ด้วย นำท่านกราบนมัสการพระพุทธปรินิพพาน ณ สาลวโนทยานสถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน นมัสการพระมหาสถูป จากนั้นนำท่านสู่ “มกุฏพันธนเจดีย์” สถานที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพ สวดมนต์ เจริญจิตภาวนา แผ่เมตตา เวียนประทักษิณรอบพระมหาสถูป เพื่อถวายการบูชา
จากนั้น... ออกเดินทางสู่ “เมืองลุมพินี” (ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๔-๕ ชั่วโมง) ตั้งอยู่ในเขตประเทศเนปาล ผ่านเมืองโครักปูร์ และผ่านเมืองชายแดนโสเนาวลีของอินเดียเข้าสู่เมืองสิทธารัตถะของประเทศเนปาลเป็นสถานที่ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์ กับกรุงเทวทหะ เดินทางถึงพรมแดนอินเดีย- เนปาล ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นจึงเดินทางต่อเข้าสู่เมืองสิทธารัตถะ
เที่ยง  ถวายเพล/รับประทานอาหารกลางวัน
บ่าย นำท่านชม “วิหารมายาเทวี” สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ พระนางสิริมหามายา พระพุทธมารดา “ชมภาพหินแกะสลักขนาดใหญ่” ที่ประดิษฐานอยู่ภายในวิหาร เป็นรูปพระนางสิริมหามายาเทวี ทรงใช้พระหัตถ์เบื้องขวาจับกิ่งสาละไว้ ทรงประสูติพระราชกุมารสิทธัตถะ พระกุมารซึ่งเพิ่งประสูติออกมา กำลังประทับยืน มีดอกบัวบานรองรับพระบาทและรอบๆ พระเศียรมีรัศมีปรากฎอยู่ ชม “สระน้ำที่สรงพระวรกาย” ชม “เสาหินพระเจ้าอโศก” ณ สถานที่ประสูติ ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างกรุงกบิลพัสถุ์กับกรุงเทวทหะ ปัจจุบันเสาหินพระเจ้าอโศกนี้ไม่มีหัวเสามีแต่เสาล้วนๆ และมีการจารึกตัวอักษรพรหมีไว้บนเสา
จากนั้น  เดินทางกลับออก สู่เมืองกุสินารา เมืองหลวงของแคว้นมัลละ (ใช้เวลาประมาณ ๕ ชั่วโมง)
เย็น  เดินทางถึงที่พักเมืองกุสินารา
ค่ำ  ถวายน้ำปานะ และรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก  เมืองกุสินารา โรงแรมอาดิลพี  (HOTEL ADILPHI) ๓ ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่สี่  กุสินารา – พุทธคยา                                                                                                    (B/L/D)
เช้าตรู่ รับประทานอาหารเช้า แล้วเตรียมตัวออกเดินทางกลับสู่ “เมืองพุทธคยา” (ใช้เวลาประมาณ ๗-๘ ช.ม) แวะพักรับประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง
เย็น เดินทางถึง พุทธคยา นำท่านเข้าสู่ที่พัก พักผ่อนอิริยาบท จากนั้นถวายน้ำปานะและรับประทานอาหารเย็น
จากนั้น นำท่านเดินทางสู่เข้ากราบสักการะ “พระพุทธเมตตา” และปฏิบัติบูชาบริเวณ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ (อิสระบูชา )
ที่พัก  เมืองพุทธคยา HOTEL TAJ DUBAR หรือเทียบเท่า

วันที่ห้า พุทธคยา – กรุงเทพ (สนามบินดอนเมือง)  (B/-/-)                         
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พัก (มื้อที่ ๒๑) จากนั้นเตรียมตัวออกเดินทางสู่สนามบินเมืองคยาเพื่อเดินทางกลับสู่ประเทศไทย
๑๐.๔๐ น. ออกเดินทางสู่ประเทศไทย โดยสายการบิน แอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD ๑๑๓  (ใช้เวลาบินประมาณ ๓ ชั่วโมง) (มีอาหารบริการบนเครื่อง)
๑๔.๕๐ น. เดินทางถึงสนามบินดอนเมือง ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพ

 หมายเหตุ โปรแกรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม และเวลาตามโปรแกรมเป็นเวลาที่ประมาณไว้อาจเปลี่ยนแปลงได้ โดยจะยึดผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

 

แม่น้ำคงคา เมืองพาราณสี

อัตราค่าบริการ***

ผู้ใหญ่พักห้องคู่                   ท่านละ                      ๓๕,๐๐๐ บาท

พักเดี่ยว (จ่ายเพิ่ม)              ท่านละ                         ๒,๕๐๐ บาท
 

*** ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลวง โปรดสอบถามราคาตามวันที่เดินทางที่แน่นอน***

อัตราค่าบริการรวม          

-ค่าตั๋วเครื่องบินสายการบินแอร์เอเชีย ไปกลับ ชั้นประหยัดเดินทางไป-กลับพร้อมคณะ
-ค่าวีซ่าอินเดีย-เนปาล (หากมีวีซ่าแล้วหักออกจากค่าทัวร์)
-ภาษีน้ำมัน และ ภาษีตั๋วทุกชนิด (สงวนสิทธิ์เก็บเพิ่มหากสายการบินปรับขึ้นก่อนวันเดินทาง)
-ค่าที่พักวัด ๒ คืนโรงแรม ๒ คืน พักห้องละ ๒-๓ ท่าน (กรณีที่มาไม่ครบคู่และไม่ต้องการเพิ่มเงินพักห้องเดี่ยว)
-ค่าอาหารทุกมื้อพร้อมอาหารว่างและเครื่องดื่ม (ตามระบุในรายการ) /บางมื้ออาจทานข้าวกล่องระหว่างทาง
-ค่ารถปรับอากาศนำเที่ยวตลอดรายการในประเทศอินเดีย และเนปาล –ขนสัมภาระ
-ค่าภาษีสนามบินไทย + ค่าภาษีสนามบินอินเดีย
-ค่าระวางน้ำหนักกระเป๋าไม่เกิน ๓๐ กก.
-ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ ตามที่ระบุในรายการ
-ค่าประกันชีวิตกรณีเกิดอุบัติเหตุในระหว่างการเดินทาง คุ้มครองวงเงินไม่เกินท่านละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท และค่ารักษาพยาบาลกรณีอุบัติเหตุในวงเงินไม่เกินท่านละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท (ทั้งนี้เงื่อนไขตามกรมธรรม์)


อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม

-ค่าทำหนังสือเดินทางไทย, ค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ถือพาสปอร์ตต่างชาติ, ค่าทำใบอนุญาตกลับเข้าประเทศของคนต่างชาติ (Re-Entry)หรือคนต่างด้าว (เป็นหน้าที่ของผู้เดินทางเอง)
-ค่าน้ำหนักเกินของกระเป๋าเดินทางในกรณีเกินกว่าสายการบินกำหนด
-ค่านำกล้องถ่ายรูป/กล้อง VDO ในบางสถานที่
-***ค่าทิปไกด์  หัวหน้าทัวร์ และคนขับรถ  ไกด์ท้องถิ่น คนยกกระเป๋า (เก็บเพิ่มคนละ 500 บาท ตลอดรายการ)
-ค่าน้ำหนักเกินพิกัดตามสายการบินกำหนด ๓๐ กิโลกรัม ส่วนที่เกินลูกค้าชำระเอง ณ เคาน์เตอร์สายการบิน
-ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ๗ % ในกรณีต้องการใบกำกับภาษีและค่าบริการหัก ณ ที่จ่าย ๓%
-ค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือที่ระบุไว้ในรายการ
-ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากความล่าช้าของสายการบิน, อุบัติภัยทางธรรมชาติ, การประท้วง, การจราจล, การนัดหยุดงาน, การถูกปฏิเสธไม่ให้ออกและเข้าเมืองจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่กรมแรงงานทั้งที่เมืองไทยและต่างประเทศซึ่งอยู่นอกเหนือความควบคุมของบริษัท
-ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (ถ้ามี)
-ค่าเข้าชมที่นอกเหนือจากรายการ
-ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ตามสินน้ำใจของทุกท่าน ไม่รวมในทิปไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถ ไม่บังคับค่ะ


สิ่งที่ควรนำติดตัว:  กล้องถ่ายรูป, ของใช้ส่วนตัว,ยารักษาโรคประจำตัว,รองเท้าสวมใส่สบาย,เสื้อกันหนาว

 

เตรียมตัวสำหรับเดินทางไปแสวงบุญ ประเทศอินเดีย – เนปาล

กรุณาอ่านโดยละเอียด

๑ ตรวจสอบสภาพอากาศ  เพื่อการจัดเสื้อผ้าให้เหมาะสม  สามารถเช็คกับทางบริษัทฯได้ก่อนเดินทาง

สภาพอากาศเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ อากาศเริ่มไม่ค่อยหนาว จะหนาวในช่วงเช้า เย็น และกลางคืน ส่วนกลางวันนั้นแดดค่อนข้างร้อน

อุณหภูมิเฉลี่ยวที่ประมาณ ๙-๒๕ องศาเซียลเซียส
จัดเสื้อผ้าปกติ + เสื้อกันหนาว 1 ตัว หมวกใส่กันหนาว ถุงเท้า เวลานั่งในรถ

 ๒.  การแต่งกาย ฆราวาส เตรียมเสื้อผ้าสวมใส่สบาย ไม่ยับง่าย ไม่ต้องรีด ควรเป็นสีขาว หรือสีสุภาพแบบผู้แสวงบุญ  และ     ควรมีเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาว  เผื่อไว้สวม ในรถโค๊ชเปิดแอร์เย็นมาก ไม่เปิดไม่ได้เพราะฝุ่นภายนอกเยอะมาก 

หมายเหตุ สำหรับฆราวาส กรุณาแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีขาววันที่อยู่ที่ “มหาเจดีย์พุทธคยา” สถานที่ตรัสรู้

และวันอื่นๆ แต่งกายสุภาพ กระโปรงยาวคลุมเข่า เสื้อมีแขน สีสุภาพ

๓.  การแลกเปลี่ยนเงินตรา  ให้นำเงินบาทไปแลกเป็นรูปี  (เงินไทย นำไปใช้ที่อินเดียได้เฉพาะเขตสังเวชนียสถาน ) ไม่แนะนำให้แลกเป็นเงินรูปี  เพราะการนำเงินรูปี เข้า-ออกประเทศอินเดีย เกิน 1,000 รูปี เป็นการผิดกฎหมายกฎถึงแม้ที่ผ่านมาจะสามารถนำเข้าออกได้ตลอดก็ตาม  สำหรับบัตรเครดิต ทุกชนิด ไม่สามารถใช้ได้ ในเส้นทางสังเวชนียสถาน 

อัตราแลกเปลี่ยน ๑ บาท แลกเงินอินเดีย ได้ประมาณ ๑.๘๐ รูปี


๔.  จัดกระเป๋า 

-กระเป๋าเดินทางใบใหญ่  ( ที่ส่งลงใต้ห้องเครื่องบิน) ท่านละ ๑ ใบ  •   การจัดกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าใบใหญ่จะต้องมีกุญแจล็อคได้ด้วย ขอความกรุณาจัดสัมภาระและขนาดตามความเป็นจริงอย่าให้ใบใหญ่มาก เพื่อจะได้เก็บกระเป๋าในห้องเก็บของรถทัวร์ได้พอดี เพื่อสะดวกแก่การเคลื่อนย้ายที่ต้องเปลี่ยนที่พักทุกคืน และควรบรรจุสิ่งของขาไป เพียงครึ่งกระเป๋าเพื่อจะได้มีพื้นที่ใส่สิ่งของขากลับ
***สรุปควรบรรจุสิ่งของขาไป เพียงครึ่งกระเป๋า เพื่อมีพื้นที่ใส่สิ่งของ ขากลับ  ขาไปควรมีน้ำหนักที่ 15 กิโลกรัม และขากลับน้ำหนักอย่าให้เกิน 20 กิโลกรัม หากน้ำหนักเกินต้องจ่ายค่าปรับเองตามจำนวนที่เกิน ประเทศอินเดียเข้มงวดมากเรื่องน้ำหนัก

-กระเป๋าถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน (Hand Bag) น้ำหนักไม่เกิน ๗ ก.ก.  ห้ามนำ มีด, กรรไกร, ของมีคม, ไฟแช็ค, ของเหลว เช่น เจล, น้ำทุกชนิด  แชมพู, ยาสีฟัน ฯลฯ ขนาดเกิน 100 มิลลิลิตร ติดตัวขึ้นเครื่องบิน (ถ้าจำเป็นต้องนำไป, ให้ใส่กระเป๋าใบใหญ่)   
ระหว่างเดินทางแนะนำให้ใช้กระเป๋าใบเล็กติดตัวใส่สิ่งของที่จำเป็นที่ต้องใช้ทุกวัน เช่น กล้องถ่ายรูป ผ้าคลุมผม ยาประจำตัว ผ้าพันคอ หมวก (ต้องเตรียมไว้ตลอดภายในรถแอร์เย็นมาก)
****แบตเตอรี่ สำรองให้นำติดตัวขึ้นเครื่องบิน****


๕.  อาหารเสริม สำหรับท่านที่ทานยาก กรุณาเตรียมอาหารไปด้วย อาหารทุกมื้อเป็นอาหารจากวัด บางวัดจัดกับข้าวให้เพียงหนึ่งอย่างเท่านั้น

๖.  ยาเฉพาะโรค  ควรเตรียมให้เพียงพอ และควรมีสลากยาเป็นภาษาอังกฤษ  แจ้งสรรพคุณให้ชัดเจน  

๗.  โทรศัพท์มือถือ  จากประเทศไทย ทุกระบบ สามารถนำไปใช้ที่ประเทศอินเดีย-เนปาลได้บางพื้นที่ (ค่าโทร นาทีละ ๙๕-๑๐๕ บาท) สามารถซื้อซิมได้ที่พุทธคยา ราคาไม่แพงค่

 ๘.  กระแสไฟฟ้า ที่ใช้ในประเทศอินเดีย-เนปาล คือ ๒๒๐ V  ปลั๊ก 2 ขา - กลม 

 

 

        

 

๙.  กระเป๋า – สัมภาระ ทรัพย์สินส่วนตัว  สูญหาย หรือเสียหาย เป็นความรับผิดชอบส่วนตัว ของเจ้าของสัมภาระ   

 ๑๐. สิ่งที่ต้องจัดเตรียม เดินทางสังเวชนียสถาน 

-หมอนรองคอ เวลานั่งรถเพราะนั่งรถนานทุกวัน
-หมวกไหมพรม 1 ใบ
-ผ้าพลาสติกรองนั่ง สำหรับปูนั่งสวดมนต์            จุฬามณี ทราเวล จัดเตรียมให้
-หนังสือสวดมนต์                                          จุฬามณีทราเวล จัดเตรียมให้        
-ถุงใส่ของใช้ส่วนตัวประจำวัน                            จุฬามณีทราเวล จัดเตรียมให้
-รองเท้าเตะฟองน้ำ หรือรองเท้าสวมสบาย 
-ร่มกันแดด, หมวกกันแดด  หรือผ้าคลุมกันฝุ่น, ครีมกันแดด, แว่นกันแดด 
-แชมพู, สบู่, แปรงสีฟัน, ยาสีฟัน, ยาทากันยุง ไม่ใช้แบบจุดนะคะ 
-ผ้าเช็ดตัวชนิดแห้งไว เพราะต้องเปลี่ยนที่พักทุกคืน, ผ้าเปลี่ยน อาบน้ำ  
-กระดาษทิชชูเปียก (แบบที่ใช้เช็ดก้นเด็ก) และกระดาษทิชชู
-ถุงเท้า เพราะบางที่ห้ามใส่รองเท้าเข้าไป พื้นทางเดินบางที่อาจไม่สะอาดนักค่ะ
-ไฟฉายเล็ก – เนื่องจากประเทศอินเดีย-เนปาล ไฟฟ้าดับบ่อย  
-กล้องถ่ายรูป พร้อมแฟลซ และต้องเตรียมเมโมรี่การ์ดไปให้พอเพียงเนื่องจากหาซื้อยากและราคาแพงมาก 
-เครื่องปรุงที่ชอบ,เครื่องชูรส เช่น น้ำพริก กุ้งป่น  ปลาป่น หรือน้ำปลา บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป  แต่สำหรับท่านที่รับประทานยาก สามารถเตรียมเพิ่มไปรับทานส่วนตัวได้ค่ะ 
-เตรียมเงินค่าทิปคนขับรถ พนักงานรถ และไกด์ท้องถิน ตลอดเส้นทาง จำนวน ๕๐๐ บาท
-ถ้าต้องการนำสิ่งของไปทำทาน แนะนำปากกา  สมุด  ยาหม่องตราลิง  ผู้รับจะถูกใจมาก 
-สำหรับ ห้องสุขา ในอินเดียและเนปาลมีจำนวนน้อยและไม่ค่อยสะอาด โดยเฉพาะเส้นทางสายสังเวชนียสถาน บางครั้งจึงต้องใช้ตามธรรมชาติ (กลางทุ่ง) ดังนั้นจึงควรเตรียม ผ้านุ่งหรือใส่กระโปรง
 

๑๑.ข้อห้าม 

-ห้ามนำมีด, ของแหลม, ของมีคม ที่มีลักษณะเป็นอาวุธ ห้ามนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน ถ้าจำเป็นต้องนำไปให้ใส่ในกระเป๋าใบใหญ่ 
-ห้ามนำ ช้อน ส้อม ติดตัวขึ้นเครื่องบิน  ถ้าเป็นช้อนพลาสติกหรือเมลามีน สมารถนำขึ้นเครื่องได้ 
-ห้ามนำไฟแช็ค,ไม้ขีดไฟ ติดตัวขึ้นเครื่องบิน (ต้องใส่ในกระเป๋าใบใหญ่ – เพียงกระเป๋าละ 1 อัน เท่านั้น) 
-ห้ามนำของเหลว เช่น เจล, น้ำทุกชนิด ฯลฯ ขนาดเกิน 100 มิลลิลิตร ติดตัวขึ้นเครื่องบิน (ต้องใส่ในกระเป๋าใบใหญ่)
-ไฟฉาย ต้องใส่ในกระเป๋าใบใหญ่เท่านั้น 


12.  บุคคลที่ติดบังคับคดี ตม.จะไม่อนุญาตให้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร  ทางบริษัทฯไม่รับผิดชอบใดๆ กรณีที่ท่านได้รับการปฏิเสธการเข้า-ออก ประเทศ

 

การเตรียมตัวเตรียมใจก่อนไปสังเวชนียสถาน

 

                   การเดินทางไปอินเดีย-เนปาล ทุกวันนี้  ถึง แม้จะยังไม่สะดวกตามใจคิดเท่าใดนัก แต่ก็ยังน่าจะดีกว่าการจาริกแสวงบุญของนักเดินทางรุ่นก่อนๆ ที่ต้องธุดงค์ผ่านแผ่นดินพม่า หรือนั่งเรือรอนแรมในมหาสมุทรเป็นเดือนกว่าจึงฝั่งเบงกอล เรียกว่า ขึ้นทั้งรถม้า เดินเท้า ให้ลาขนสัมภาระ ปีนเขา ลงห้วย ขึ้นรถจี๊บต่อรถไฟกว่าจะถึงแดนพุทธภูมิได้กราบไหว้บูชาที่พระพุทธเจ้า ประสูติ ตรัสรู้ แสดงธรรม ปรินิพพาน ก็แทบแย่ จะต้องพกพาขันติ และศรัทธาห่อใหญ่ๆ จึงจะประคับประคองให้การเดินทางสมประสงค์ได้ดั่งใจหวัง

 

 ผู้คิดว่าจะไปไหว้พระให้ครบ ๔ แห่ง ตามตั้งใจได้นั้น จะต้องปลูกคุณธรรมของผู้เดินทางดังนี้

 ๑. สัทธิโก  มีความศรัทธา เชื่อมั่น

 ๒. ปหูตธโน  มีทรัพย์ภายนอก ภายใน พอแก่การใช้สอย

 ๓. อโรโค   โรคภัยไข้เจ็บไม่เบียดเบียน

 ๔. ปริวาโร   มีบริวารสนับสนุน

 ๕. มัคคนายโก   มีผู้นำพา ที่เชื่อใจได้

 ๖. มัคคุเทสโก   มีผู้บรรยายที่ชำนาญให้ความรู้

แดนภารตะ นี้ มีทั้งสุขให้เราเลือก มีทั้งทุกข์ให้เราผจญ ใครจะได้รับสุข หรือทุกข์ ย่อมขึ้นอยู่กับการปรับสภาพของเราเอง พยายามสรรสร้าง ความรู้สึกนึกคิด…ที่ดีดี…ต่อสิ่งที่ผ่านมากระทบ สร้างความเข้าใจต่อสิ่งนั้นๆ หลีกเลี่ยงความกินใจต่อสิ่งที่ไม่ใช่ของเรา ความยากลำบากเข้าให้ถึงมุมเสน่หาให้ได้ เพราะความเป็นเสน่ห์แบบพิลึกๆ ของเมืองแขกนี่เอง ที่กล่าวขานกันไม่รู้จบ   ความสุข ก็น่าจะเป็นมหาเสน่ห์ ที่ถวิลหาไม่รู้หาย

 

ดังนั้น จะจาริกอินเดีย-เนปาลให้ดูดี ต้องพกศรัทธา พาปัญญา จูงมือความเพียร สะสมบารมี มาให้เพียงพอต่อการใช้สอยในแต่ละวัน หากศรัทธามีจำกัด ปัญญาจำเขี่ย ความเพียรมีอย่างจำใจ จะทำให้ผู้เดินทางอ่อนระโหยโรยแรง  พลาดจากความสนุกกับสิ่งแปลกใหม่อย่างน่าเสียดาย  ขอให้ทำใจให้ได้อย่างเดียว ความสุขหลายอย่างจะตามมา หากตามใจอย่างเดียวเท่านั้น จะขาดทุนความสุขอีกหลายอย่าง
เมื่อมาอินเดีย-เนปาล.........

 มีคำพูดกันว่า   “มาอินเดีย-เนปาล เพื่อไหว้พระ รับพร   ไปเมืองจีน เพื่อไหว้เจ้า รับโชค” ฟังดูแล้วเห็นจะจริงตามนั้นด้วยจริงๆ  เพราะดินแดนทั้งสองนี้ล้วนเป็นบ่อเกิดแห่งอารยธรรม เป็นโรงบ่มจิตวิญญาณให้กล้าแกร่ง  ย่อมมีสิ่งที่ดีเลิศ  มอบให้แก่ผู้มีน้ำใจไปเยี่ยมเยือนเสมอ เพื่อ จะให้สมเจตนา ก่อนเดินทางควรที่จะได้มีการเตรียมการให้พร้อม คือปรับระดับจิตใจในความรู้สึก ความเคยชินกับที่อยู่แห่งเดิม คนหน้าเดิม อาหารที่เดิม และภาษา-วัฒนธรรมเดิมๆ  หากว่าจะได้รับทั้งพร รับทั้งโชค โดยเฉพาะมาอินเดีย-เนปาล จะต้องฝึกวิชาตัวเบา กระทั่งหัดแปลงร่างกายและสภาพจิตลักษณะ ๕ อย่าง ดังนี้

 ๑. ปัพพชิโต           นักบวช

 ๒. ปุญญจาริโก        นักบุญ

 ๓. สิกขโก              นักศึกษา

 ๔. ปัณฑิโต             นักปราชญ์

 ๕. เอกจาริโก           นักผจญภัย

 เมื่อเรานำคุณธรรม ทั้ง ๕ พยายามมาปรับให้เข้ากับตนทำว่าเข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม  ตลอดกาลเดินทางในอินเดีย-เนปาล จะรู้สึกว่า ราบรื่น สะดวกสบาย ไม่ลำบากเหมือนที่เคยคิด

 เรามาอินเดีย-เนปาล ดูความเจริญในความเสื่อม หมายความว่า สถูป วิหาร เจดีย์  ผู้ คนยากจน แต่งตัวมอมแมม กระท่อมดินเล็กๆ ถนนหนทางล้าหลัง เหล่านี้เรื่องความเสื่อมของเขาทั้งนั้น แต่จิตใจเรากลับเจริญขึ้น ภูมิใจในความเป็นตนเอง ภูมิใจในประเทศของตนมากขึ้น  คิดว่าอย่างไรเสีย เรายังดีกว่าเขาอีกมาก เราไปประเทศอื่น ไปดูความเสื่อมในความเจริญ คือ เห็นบ้านเมืองเขาเจริญ มีรถ มีบ้าน มีที่ทำงาน ผู้คนแต่งตัว หน้าตาสวยๆ งามๆ หันกลับมองที่ตัวเรา บ้านก็ไม่หรู ตู้ก็ไม่สวย แถมรถก็ตกรุ่นไปแล้ว อะไรก็สู้เขาไม่ได้  นี่เองที่เรียกว่า  ความเสื่อมในความเจริญ

ข้อมูลจากหนังสือ “ร้อยมุมมองส่องอินเดีย, สู่แดนพระพุทธองค์” โดยพระราชรัตนรังษี (ว.ป.วีรยุทฺโธ)

สุดท้าย ขอร้อง และขอให้ปฏิบัติตามนี้จ้า

1.               เรื่องของขอทาน ที่อินเดียมีจำนวนมากทุกที่ในเส้นทางที่เราไป ได้โปรดอย่าได้สงสาร และหยิบยื่นเงินหรือขนม ให้เป็นอันขาด เพราะท่านจะถูกรุมและดึงได้ หากต้องการจะให้จริง ๆ ให้บอกไกด์ เพิ่อเป็นผู้นำไปให้

2.               ไม่แนะนำให้ซื้อเครื่องดื่มอาหาร ข้างทางมารับประทานเอง หากท่านต้องท้องเสียที่อินเดีย คงทรมานแย่เลย

3.               เวลาจะไปปลดทุกข์ในห้องน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก (กลางทุ่ง) ให้มองซ้าย –ขวา-หน้า –หลังให้ดี  กฏกติกาของคณะแสวงบุญว่า “หญิง-ซ้าย , ชาย-ขวา, พระ-หน้า,คนขับรถ- หลัง  จ๊ะเอ๋กันเองไม่เป็นไร แต่ถ้าไปจ๊ะกะแขกจะยุ่งจร้า
เบอร์ฉุกเฉิน

สถานเอกอัครราชฑูต ณ กรุงเดลลี

ROYAL THAI EMBASSY OF NEW DELHI, D-1/3 Vasant Vihar,New Delhi 110057

โทรศัพท์ : +91 11 4977 4100 /Emegency Line : +91 95 9932 1484

E-Mail : thaiemb.india@gmail.com/www.thaiemb.org.in