ID006 มุมไบ - ออรังกาบัด เดินทางออกจากภูเก็ต

       

ทัวร์อินเดีย: มุมไบ – พระพิฆเนศวัดสิทธิวินายัก – ออรังกาบาด อชันต้า-เอลโรล่า ถ้ำมรดกโลก

  •  โดยสายการบิน GO AIR + บินภายใน ๒ รอบ
         
  • ระยะเวลา : ๔วัน ๒ คืน
     
  • มีหัวหน้าทัวร์ไทย
     
  • มีวิทยากรทรงความรู้บรรยายพิเศษ
     
  • ประกันอุบัติเหตุการเดินทาง
     
  • ใบอนุญาตธุรกิจท่องเที่ยว เลขที่ ๑๑/๐๖๓๕๒

 

 

 

 

รายละเอียดการเดินทาง (กรุณาอ่านโดยละเอียดค่ะ)


วันแรก กรุงเทพ-มุมไบ (บอมเบย์) – ถ้ำเอเลเฟนต้า                                                                           (-/L/D)


๐๖.๐๐ น. คณะพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ชั้น ๒  เคาน์เตอร์สายการบิน GO AIRS  เจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเดินทาง
 (กรุณาให้โหลดของที่ไม่จำเป็นลงใต้ท้องเครื่อง เพราะเจ้าหน้าที่อินเดียตรวจค่อนข้างละเอียด เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา แนะนำให้ถือเฉพาะกระเป๋าถือและของมีค่า รวมทั้งแบตเตอรี่สำรอง ขึ้นเครื่องเท่านั้น)
๐๘.๓๐ น.  ออกเดินทางโดยสายการบิน GO AIR  เที่ยวบินที่ XXX  (ใช้เวลาเดินทาง ๕.๓๐ ช.ม.  เวลาที่อินเดียช้ากว่าประเทศไทย ๑.๓๐ ชม.)
๑๒.๐๐ น.  เดินทางถึง “สนามบินนานาชาติ ฉัตราปตี ศิวะจี  มุมไบ” (บอมเบย์) ประเทศอินเดีย เป็นเมืองศูนย์กลางด้านการพาณิชย์ของอินเดียโอบล้อมด้วยทะเลอาระเบียน มุมไบเป็นที่รู้จักในฐานะเป็นฮอลลีวูดของอินเดียที่เรียกกันว่า บอลลีวูด มีอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นศูนย์รวมความศรัทธาและความเชื่อรวมถึงวัฒนธรรมอันหลากหลาย หลังผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองแล้ว เดินทางสู่ภัตตาคาร เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ ๑)  (แลกเงินและซื้อซิมโทรศัพท์ ที่สนามบิน)
บ่าย นำท่าน ไปสักการะ “พระพิฆเนศ วัดสิทธิวินายัด” วัดฮินดูเป็นวัดเก่าแก่วัดคู่บ้านคู่เมืองมุมไบ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๓๐๐  เป็นวัดที่นักแสดง นักการเมือง นักธุรกิจ ผู้มีชื่อเสียงในอินเดียให้ความศรัทธาอย่างมาก โดยเชื่อว่าครั้งหนึ่งในชีวิตหากมีโอกาสก็จะต้องเดินทางมาสักการะพระสิทธิวินายัก อวตารปางหนึ่งของพระพิฆเนศ ขอพรจากท่านให้สมปราถนา นำท่านชม “ประตูอินเดีย” (Gateway of India)  ซึ่งตั้งอยู่ริมน้ำในย่านอพอลโลบันเดอร์ สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ในโอกาสที่พระเจ้าจอร์จที่ ๕ และพระราชินีแม่รี่ เสด็จมาร่วมงานเดลีดาร์บัร ในปี ๑๙๑๑ วัสดุที่ใช้สร้างเป็นหินทรายสีน้ำผึ้ง ยามเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นและตก แสงอาทิตย์ที่ทาบลงมาทำให้ประตูเปลี่ยนเป็นสีทองเป็นส้ม และจากส้มเป็นชมพู งดงามและดูอลังการยิ่งนัก ผ่านชมย่าน ถนนมารีนไดรฟว์ หรือเรียกอีกชื่อว่า ถนนเนตาจีสุภาษ เป็นถนนเชื่อมเขามะละบาร์เข้ากับย่านฟอร์ตและโกลาบา ตัวถนนทอดยาวโค้งไปตามแนวกำแพงกั้นน้ำทะเล
Shopping อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งซื้อของฝากกลับบ้าน
ค่ำ รับประทานค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ ๒)
ที่พัก เมืองมุมไบ VITS HOTEL (๔*) หรือเทียบเท่า


วันที่สอง มุมไบ – ถ้ำช้าง – ออรังกาบัด                                                                                                    (-/L/D)


เช้า                      ออกเดินทางไปยังสนามบินเพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองออรังกาบัต
 อิสระรับประทานอาหารเช้าที่สนามบิน
จากนั้น.... ออกเดินทางสู่ “สนามบิน ออรังคาบัด” โดยสายการบินภายในประเทศ
 เดินทางถึงสนามบินเมืองออรังคบัด หลังจากรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว นำท่านออกเดินทาง“ถ้ำอชันต้า” ระยะทางประมาณ ๑๐๕ กม.ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ใช้เวลาประมาณ ๒-๓  ชั่วโมง ถ้ำอชันต้า
 หรืออชัณฏา ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ. ๑๙๘๓ ได้ชื่อว่าเป็นวัดถ้ำในพุทธศาสนาที่งดงามและเก่าแก่ที่สุดในโลก สร้างเมื่อ พ.ศ. ๓๕๐ โดยพระภิกษุในสมัยนั้นได้ค้นพบสถานที่แห่งนี้เห็นว่าเป็นสถานที่เหมาะสำหรับการปฏิบัติกรรมฐานเป็นอย่างยิ่ง จึงได้เจาะภูเขาเพื่อสร้างเป็นกุฎิ โบสถ์ วิหาร ฯลฯ เพื่ออยู่อาศัยอย่างสันโดษเนื่องจากเป็นสถานที่ห่างไกลผู้คน
“ถ้ำอชันต้า” ประกอบไปด้วยถ้ำ ๒๘ ถ้ำ มีอายุกว่า ๒,๐๐๐ ปี เป็นพุทธสถานที่สร้างจากการสกัดหน้าผาหินเข้าไปในเขาเหนือแม่น้ำวโฆระ แต่เดิมเป็นศูนย์กลางสำนักปฏิบัติของเหล่าสงฆ์ในพุทธศาสนาราวพุทธศตวรรษที่ ๗-๑๓ สืบเนื่องนานกว่า ๖๐๐ ปี ก่อนถูกทอดทิ้งให้รกร้างกลางป่าจึงรอดพ้นจากการทำลายล้างจากกองทัพผู้รุกรานจนมาถูกค้นพบอีกครั้งโดยบังเอิญจากนายทหารอังกฤษในศตวรรษที่ ๑๙ ภายในถ้ำท่านจะได้ชมงานแกะสลักเสาอันงดงามและวิจิตรบรรจงรวมถึงพระพุทธรูปและเจดีย์ศิลาที่สกัดและตกแต่งขึ้นจากหินเนื้อเดียวกันกับพื้นผนังถ้ำยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังอายุกว่า ๑,๒๐๐ ปี มีความงดงามสมบูรณ์ด้วยเทคนิคการเขียนภาพสามมิติ ภาพสีเฟรสโก้อันน่าอัศจรรย์พระพุทธรูปศิลา ที่แสดงอารมณ์พระพักตร์ต่างกันเมื่อแสงตกสะท้อนจากต่างมุมถ้ำอชันตาเป็นถ้ำที่ผสมผสานระหว่างศิลปะแบบพุทธและฮินดูเข้าด้วยกัน
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ ๓)
บ่าย  เดินทางกลับสู่ เมืองออรังกาบาด
เย็น รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารของโรงแรม (มื้อที่ ๔)
ที่พัก เมืองออรังกาบาด VITS HOTEL (๔*) หรือเทียบเท่า


วันที่สาม ออรังกาบาด – ถ้ำเอลโรล่า- – ป้อมเดาลาตาบัด –มุมไบ                                                              (B/L/-)


เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ ๕)
จากนั้น....  นำท่านเดินทางสู่ “หมู่ถ้ำเอลโลร่า” (ถ้ำปิดวันอังคาร) (ระยะทางประมาณ ๓๐ กม. ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ ๓๐ นาที)
 ชม หมู่ถ้ำเอลโลร่า ซึ่งประกอบไปด้วยงานศิลป์ของสามศาสนาที่อยู่รวมกัน คือ พุทธ เชน และ ฮินดู  ชมความงามที่ ยิ่งใหญ่ของถ้ำ ๓๔ ถ้ำ ถ้ำหมายเลข ๑-๑๒ เป็นวัดถ้ำในพุทธศาสนา ถ้ำหมายเลข ๑๔-๑๖ เป็นเทวาลัยถ้ำในศาสนาฮินดู ถ้ำ ๓๐-๓๒ เป็นวิหารถ้ำในศาสนาเชน ชมเพชรน้ำเอกของงานแกะสลักภูเขาทั้งลูกที่บอกเล่า เรื่องราวเกี่ยวกับศาสนา ในบรรดาหมู่ถ้ำทั้งหมด เทวาลัยถ้ำเขาไกลาส ถ้ำหมายเลข ๑๖ ถือเป็นมงกุฎแห่งหมู่ถ้ำเอลโลร่าบน ระเบียงถ้ำมีการสลักเรื่องราวเกี่ยวกับพระศิวะ ภาพการต่อสู้กับท้าวราวณะ ชมภาพแกะสลักอย่างวิจิตรงดงาม ของเหล่าทวยเทพ เทวดา นางอัปสร พระพุทธรูป จนไม่สามารถหาคำบรรยายความงดงามนี้ได้ สร้างประมาณ ศตวรรษที่ ๕ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ.๑๙๘๓
เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร   หลังอาหารนำท่านชม “ป้อมเดาลาตาบัด” แปลว่า เมืองแห่งความมั่งคั่ง เป็นป้อมในศตวรรษที่ ๑๔  ป้อมปราการโบราณถูกโอบล้อมด้วยภูเขาดัลคีรี เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางคาราวาน ตำนานเล่าว่าเมืองนี้สร้างขึ้นโดยดันการ์ เมื่อ ค.ศ. ๑๒๐๓ หลังจากถูกสุลต่านเดลีชาวมุสลิมอลาอุดดินคิลจิยึดได้ใน ค.ศ. ๑๒๙๔ เดวากิรีกลายเป็นเมืองสำคัญในสมัยของสุลต่านมูฮัมมัดดินตุ๊คลัคในปี ค.ศ. ๑๓๒๗ พระองค์ทรงตั้งเป็นเมืองหลวงและเปลี่ยนชื่อจาก เดวากิรี เป็น เดาลาตาบัด จวบจนถึงสมัยของโมกุล หลังจากนั้นจึงถูกทิ้งร้างเพราะย้ายไปสร้างเมืองออรังกาบัดแทน
 จากนั้นนำชม “บีบี กา มักบารา” (BibiKaMaqbara) หรือ ทัชมาฮาลน้อย สุสานหินอ่อนที่สร้างเลียนแบบทัชมาฮาล โดยพระเจ้าออรังเซบ (โอรสของชาห์จาฮันผู้สร้างทัชมาฮาล) เป็นผู้ดำริสร้าง แต่ผู้ที่สร้างคือ มุฮัมมัด อัสซัม ชาห์ โอรสของพระเจ้าออรังเซบ เมื่อพ.ศ. ๒๑๙๔-๒๒๐๔ (ก่อนสมัยกรุงธน ราว ๑๐๐ ปี) เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่พระมารดา (พระนาง บีกัมราเบีย อุเด ดาราณี) ของพระองค์ ซึ่งเป็นมเหสีของพระเจ้าออรังเซบ  สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบินเมืองออรังกาบัด
๑๗.๔๕ น. ออกเดินทางสู่สนามบินเมืองมุมไบ โดย สายการบิน JET AIRWAYS เที่ยวบินที่ ๙W๗๑๔๙
๑๘.๕๕ น. ถึง สนามบินนครมุมไบ รอต่อเครื่องเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ (อิสระให้ทานอาหารเย็นกันตามอัธยาศัยในสนามบิน)


วันที่สี่ มุมไบ – ภูเก็ต (สนามบินนานาชาติภูเก็ต)
๐๑.๒๕ น. ออกเดินทางกลับสู่ประเทศไทย  โดยสายการบิน GO AIRS  เที่ยวบินที่ XXX
๐๗.๒๕ น. เดินทางถึง “สนามบินนานาชาติภูเก็ต” โดยสวัสดิภาพ


۞۞۞

อัตราค่าบริการ


                             ผู้ใหญ่                     เด็ก (พักกับผู้ใหญ่ ๑ ท่าน)         เด็ก (เสริมเตียง)            พักเดี่ยว


คณะ ๑๕ ท่าน      ท่านละ ๓๙,๕๐๐ บาท       ท่านละ ๓๙,๕๐๐ บาท         ท่านละ๓๘,๕๐๐ บาท     เพิ่ม ๖,๐๐๐ บาท
คณะ ๒๐ ท่าน      ท่านละ ๓๗,๕๐๐ บาท       ท่านละ ๓๗,๕๐๐ บาท         ท่านละ ๓๖,๕๐๐ บาท     เพิ่ม ๖,๐๐๐ บาท
คณะ ๒๕ ท่าน      ท่านละ ๓๖,๕๐๐ บาท       ท่านละ ๓๖,๕๐๐ บาท          ท่านละ ๓๕,๕๐๐ บาท    เพิ่ม ๖,๐๐๐ บาท


• พระสงฆ์ และแม่ชี ลดลงท่านละ ๒,๐๐๐ บาท (แม่ชีต้องมีใบสุทธิบรรณเท่านั้น)
• ลูกค้าเก่าลด ท่านละ ๕๐๐ บาท


อัตรานี้รวม
- ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ และ บินภายใน ชั้นประหยัด สายการบินเจ็ทแอร์เวย์
- ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งและค่าประกันสายการบิน
- ค่าที่พัก ๓ คืนมุมไบ ๑ คืน ออรังกาบัด ๒ คืน ตามที่ระบุในรายการ (พักห้องละ ๒ ท่าน)
- ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยว
- ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในรายการ/ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ
- ค่าหัวหน้าทัวร์ที่คอยบริการและดูแลตลอดการเดินทางทั้งคนไทยและท้องถิ่น
- ค่าประกันอุบัติเหตุวงเงินค่ารักษาพยาบาล ๕๐๐,๐๐๐ บาท กรณีเสียชีวิต ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท  แต่ทั้งนี้อยู่ในข้อจำกัดที่มีการตกลงไว้กับบริษั่ทประกันภัย
- ค่าธรรมเนียมทำวีซ่าสำหรับหนังสือเดินทางไทย
- ค่าทิปบริการยกกรเป๋าของทุกโรงแรม
- ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นและพนักงานขับรถ พนักงานบริการ


อัตรานี้ไม่รวม
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในรายการและค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ เช่นค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ฯลฯ
- ค่าทำเอกสารผู้ถือหนังสือเดินทางต่างด้าว
- ค่าวีซ่าที่มีค่าธรรมเนียมแพงกว่าหนังสือเดินทางไทย
- ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย ๓ % ภาษีมุลค่าเพิ่ม ๗% (กรณีออกใบกำกับภาษี)
- ค่าน้ำหนักเกินพิกัดตามสายการบินกำหนด ๒๐ กิโลกรัม
สิ่งที่ควรนำติดตัว : กล้องถ่ายรูป,ของใช้ส่วนตัว,ยารักษาโรคประจำตัว, รองเท้าสวมใส่สบาย (ต้องเดินขึ้นเขาและต้องถอดออกเวลาเข้าชม) ,เสื้อกันหนาว

ติดต่อสอบถามและสมัครร่วมเดินทาง
จุฬามณี ทราเวล
๕๕/๑ หมู่ ๔ ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี ๑๒๐๐๐
ติดต่อ คุณสิริเกษ สุดจิตพร โทร. ๐๙๘-๙๙๖-๑๓๒๔
ID LINE: chulamani2
www.chulamanee.com

การสำรองที่นั่ง
๑. วางมัดจำท่านละ ๕,๐๐๐  บาท โดยผ่านบัญชี (ในวันที่ทำการจอง) พร้อมส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ต + ใบโอนเงินและระบุโปรแกรมทัวร์มาด้วยค่ะ
๒. ส่วนที่เหลือชำระเป็นค่าตั๋วเครื่องบินเมื่อทางสายการบินมีการคอนเฟริมที่นั่ง จำนวน ๑๕,๐๐๐ บาท  และส่วนสุดท้ายจ่ายก่อนเดินทาง ๒๐ วัน จำนวน ๑๙,,๕๐๐ บาท (รวม ๓๙,๕๐๐ บาท)


การทำวีซ่าเข้าอินเดีย
 หนังสือเดินทางที่ยังมีอายุใช้ได้จนถึงวันเดินทางไม่ต่ำกว่า ๖ เดือน (นับจากวันเดินทาง)
 หนังสือเดินทางต้องมีหน้าว่าง สำหรับประทับตราเข้าออก อย่างน้อย ๒ หน้าเต็ม
 รูปถ่าย สำคัญมากๆ รูปถ่ายหน้าตรงรูปสี (ที่ไม่ใช่รูปถ่ายเล่น) และพื้นหลังต้องเป็นสีขาวเท่านั้น ขนาด ๒ คูณ ๒ นิ้ว เท่านั้น จำนวน ๔ ใบ       ต้องเห็นใบหน้าชัดเจน และต้องไม่ใช่รูปปริ๊นท์จากคอมพิวเตอร์  ,รูปใหม่ถ่ายไม่เกิน ๖ เดือน 
 สำเนาบัตรประชาชน,  สำเนาทะเบียนบ้าน
 กรุณาส่งเอกสารล่วงหน้าอย่างน้อย ๒๐ วัน


เงื่อนไขอื่นๆ
o บริษัทฯรับเฉพาะผู้ประสงค์จะเดินทางท่องเที่ยวเท่านั้น
o หากท่านถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทยหรือประเทศปลายทางปฏิเสธการเข้าหรือออกเมืองด้วยเหตุผล
    ใดๆ ก็ตาม ทำให้ท่านไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ ถือเป็นเหตุซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ 
    ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนเงินค่าทัวร์บางส่วนหรือทั้งหมด
o บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่าย ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย เช่น การยกเลิกที่ยวบิน การล่าช้าของสาย
    บิน ภัยธรรมชาติ การจลาจลและทรัพย์สินที่สูญหายระหว่างเดินทาง ที่เกิดขึ้นเหนืออำนาจความควบคุมของบริษัทฯ
o ในระหว่างการเดินทาง หากท่านไม่ใช้บริการใด ๆ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่สามารถเรียกร้อง
     ขอค่าบริการคืนได้
o บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการนำเที่ยวตามความเหมะสมและสถานการณ์ต่างๆ ทั้งนี้จะยึดถือและ
    คำนึงถึงความปลอดภัย รวมถึงประโยชน์สูงสุดของลูกค้าเป็นสำคัญ