BT005 Enriching Bhutan Tour 8 วัน 7 คืน (ไม่มีบินภายใน)

  Enriching Bhutan Tour   

ภูฏาน ... สัมผัสมนต์เสน่ห์ดินแดนในหุบเขาหิมาลัย
ประเทศภูฏาน ตั้งอยู่ในแถบขุนเขาหิมาลัย ตั้งอยู่ระหว่าประเทศอินเดีย และ จีน (ทิเบต) เป็นประเทศที่มีเทือกเขาจำนวนมาก จนได้รับการขนานนามว่า “สวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย” ภูฏานเป็นประเทศเล็กๆ ที่มีพื้นที่ 47,000 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่เหนือรัฐอัสสัมของประเทศอินเดีย มีสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับคนที่ชอบธรรมชาติและวัฒนธรรมดั้งเดิม

 

พาโร – ทิมพู – พูนาคา – วังดี- ตรองซา- ผอบจิกะ – บุมทัง  
***พิเศษ : ฟรี  ชุดประจำชาติ, ขี่ม้าขึ้นทักซัง***

ตารางบิน 
 วันเดินทาง   เส้นทาง  เที่ยวบิน เวลาออก   เวลาถึง
 ขาไป  กรุงเทพ-พาโร   B3-701   06.30   09.55
 ขากลับ  พาโร-กรุงเทพ  B3-700  10.35    16.05

รายละเอียดการเดินทาง                                     
วันแรก กรุงเทพฯ-พาโร

04.30      คณะพร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผ่านการตรวจเอกสารและสัมภาระ ที่ชั้น 4 แถว K เคาน์เตอร์ สายการบิน Bhutan Airline (B3) เจ้าหน้าที่จากบริษัทฯคอยต้อนรับอำนวยความสะดวกในการเช็คอินและสัมภาระต่างๆ แก่ท่าน
06.30 เดินทางสู่ภูฏาน โดยสายการบินภูฏานแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่  B3-701 ( บริการอาหารเช้าและเครื่องดื่มบนเครื่อง) โดยเครื่องแวะรับ-ส่งผู้โดยสารระหว่างประเทศ จอดพักประมาณ 45 นาที
09.45      เดินทางถึงสนามบินพาโร หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว (เวลาท้องถิ่นภูฏานช้ากว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) ให้ท่านได้แลกเงินนูดรัม (Ngudrum) ที่สนามบินก่อนออกเดินทาง จากนั้นพบกับมัคคุเทศก์ท้องถิ่นคอยต้อนรับท่าน นำท่านชม
• National Museum  พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติในเมืองพาโร ซึ่งในอดีตเคยเป็นป้อมปราการ หรือ ตาซอง (Ta Dzong)  ภายในพิพิธภัณฑ์น่าสนใจมากเพราะเป็นที่เก็บรวบรวมเครื่องแต่งกาย อาวุธ เหรียญกษาปณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ต่าง ๆ ในสมัยโบราณ รวมทั้งหน้ากากต่าง ๆ ที่ใช้สำหรับการเต้นระบำเกี่ยวกับทางศาสนาในเทศกาลเตชูด้วย
• พาโรซอง ( Paro Rinchen Pong Dzong) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1645 บนพื้นที่เด่นตระหง่าน ในหุบเขาพาโร ต้องเดินข้ามสะพานไม้เก่าแก่ที่สวยงามมากพาดผ่านแม่น้ำเพื่อเข้าสู่ตัวซอง ปัจจุบันพาโรซองเป็นสถานที่ราชการทำงานในส่วนบริหารเมืองพาโร และเป็นวัด ที่พระประจำพรรษาอยู่ประมาณ 200 รูป
• ช่วงเย็น เดินเล่นชมเมืองพาโร และแวะดูสินค้าพื้นเมืองในตลาด
ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร
ที่พัก เมืองพาโร

 

วันที่ 2  พาโร-พูนาคา (Wangduephodrang & Punakha Tour/sightseeing)
 “ระยะทาง 125 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง”

 

เช้า      รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก จากนั้นเดินทางสู่ เมืองพูนาคา (Punakha) และ วังดี (Wangdue).
ระหว่างการเดินทางแวะชมวิวทิวทัศน์ ที่ วัดตัมโช (Tamchoe Monastery) ซึ่งมีสะพานโซ่เหล็กเก่าแก่อยู่ด้านหน้าวัด จากนั้นนำท่านชม จุดชมวิวแม่น้ำวังชู ซึ่งเป็นจุดรวมของแม่น้ำพาโรและแม่น้ำทิมพูที่ไหลมาบรรจบกัน ก่อนที่จะไหลลงสู่ประเทศอินเดีย ระหว่างทางท่านจะได้ชมวิวทิวทัศน์ของหุบเขาที่สลับกันไปมาและแม่น้ำที่ใสสะอาด เดินทางถึง เมืองทิมพู ที่ระดับความสูง 2,400 เมตร (ดอยอินทนนท์2,565 เมตร)จากนั้น เดินทางผ่านเมืองทิมพู สู่เมืองพูนาคา/วังดี  แวะช่องเขาโดชูลาพาส (Dochula Pass) ที่ระดับความสูง 3,150 เมตร จากระดับน้ำทะเล ชม สถูป 108 ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อ ปี ค.ศ. 2005 เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับทหารวีรชนชาวภูฏานที่เสียชีวิตจากสงครามอัสสัม ชมความงามของ วัดดรุกวังเยล ลาคัง  ที่ พระราชินีในรัชกาลที่ 4 สร้างถวายแด่กษัตรีย์องค์ที่ 4 ภายในวัดมีภาพเขียนของเจ้าหญิงและเจ้าชายทุกพระองค์ในรูปของนางฟ้าและเทวดา และภาพเขียนเล่าเรื่องราวประวัติของภูฏาน  แวะดื่มชาพร้อมชมธรรมชาติบริเวณรอบ ๆ ในวันที่อากาศแจ่มใสจะสามารถมองเห็นแนว “เทือกเขาหิมาลัย”ได้อย่างชัดเจน
นำท่านเดินทางต่อสู่เมืองพูนาคา อดีตราชธานีของภูฏาน ระหว่างทางท่านจะได้ชมและเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของภูเขาสลับกับแม่น้ำลำธารใสสะอาด และกงล้อมนตราที่หมุนโดยใช้พลังน้ำ
นำท่านเดินเล่นทุ่งนาสัมผัสชีวิตชาวชนบท และชม วัดชิมิลาคัง (Chimi Lhakhang) ชาวภูฏานนิยมมาไหว้ขอพรเกี่ยวกับเรื่องครอบครัว เช่นขอพรเรื่องความรักให้สมหวัง ขอพรให้ลูก และชาวภูฏานนิยมนำลูกมาให้พระตั้งชื่อให้
เที่ยง รับประทานอาหาร กลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านชม พูนาคา ซอง (PunakhaDzong)  ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นวังแห่งความสุข “The Palace of Great Happiness” และเป็นหนึ่งในป้อมปราการที่สวยสง่างามที่สุดในภูฏาน เป็นป้อมที่สร้างเป็นอันดับสองของภูฏาน ในอดีตเมื่อครั้งเมืองพูนาคายังเป็นเมืองหลวง ป้อมแห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นที่ทำการของรัฐบาล ปัจจุบันเป็นที่พักในฤดูหนาวของพระชั้นผู้ใหญ่ ป้อมนี้ตั้งอยู่ บริเวณที่แม่น้ำ โพ (Pho Chu) และ แม่น้ำ โม (Mo chu )ไหลมาบรรจบกัน
ค่ำ รับประทานอาหาร ค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก เมืองพูนาคา/วังดี


วันที่สาม พูนาคา/วังดี – บุมทัง (Bumthang)
 “ระยะทาง 197 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชม.”

เช้า      รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
นำท่านเดินทางไปยังเมืองบุมทัง ระหว่างทางผ่านชม ช่องเขาเพเลลาพาส (Pele La Pass) ที่ความสูง 3,300 เมตร เมื่อผ่านช่องเขาไป จะมีหมู่บ้าน ชื่อ รูคุปจิ หมู่บ้านนี้จะถูกล้อมรอบไปด้วยทุ่งมัสตาร์ด ไร่มันฝรั่ง ทุ่งข้าวบาร์เลย์ ข้าวสาลี ท่านจะได้ชมดอกไม้ป่า หากมาในช่วงเดือนเม.ย. , พ.ค. เช่นกุหลาบป่า และเฟริน จากนั้นจะผ่านหมู่บ้านเซนเดปจิ ที่เป็นจุดพักระหว่างทางของกองคาราวานเดินทางจาก ตรองซาในช่วงรัชสมัยของกษัตริย์องค์ที่ 2 ของราชอาณาจักรภูฏาน  ตรงจุดนี้ยังเป็นจุดสำคัญในการแบ่งภูฏานตะวันออกและภูฏานตะวันตก เขตนี้เป็นดินแดนของคนเลี้ยงจามรีและแกะ วันที่อากาศปลอดโปร่งจะมองเห็นยอดเขาสูง ๆ ของเทือกเขาหิมาลัยได้อย่างชัดเจนรวมทั้งยอด โซโมฮารี (7,219 เมตร) ทางทิศตะวันตกด้วย ถัดจากหมู่บ้านนี้จะได้เห็น สถูปเชนเดปจิ สีขาวองค์ใหญ่อยู่ริมลำธาร สถูปนี้ถูกจำลองมาจาก สถูปสวยัมภูวนาถ ที่เนปาล สร้างขึ้นในครึ่งแรกของศตวรรษที่ 18 เพื่อสะกดปีศาจที่เข้ามาอาละวาดสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านในหุบเขาบริเวณนี้
เที่ยง รับประทานอาหารระหว่างทาง
บ่าย เดินทางต่อสู่เมืองบุมทัง ก่อนที่จะถึงเมืองบุมทัง จะต้องผ่านเมืองตรองซา จากตรองซาใช้เวลาเดินทางอีกประมาณ 2.30 ช.ม. 
เย็น เดินทางถึงเมืองบุมทัง เข้าสู่ที่พักและพักผ่อนอิริยาบถ ก่อนรับประทานอาหารค่ำ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก เมืองบุมทัง

วันที่สี่ บุมทัง-ตรองซา  (Trongsa)
 “ระยะทาง  79 กม. ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง”

          
 
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม จากนั้นนำท่านชมดังต่อไปนี้ 
 วัดจัมเบลาคัง (Jambey Lhakhang) วัดที่เก่าแก่ที่สุดหนึ่งในสองของบุมทัง สร้างพร้อม วัดคุชูลาคัง เมืองพาโร สร้างโดยกษัตริย์ ซองเทน แกมโป ของทิเบต เพื่อสะกดปีศาจร้าย 
• วัด เคอเจ ลาคัง (Kurjey  Lakhang)  เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ ภายในตัววัดประกอบไปด้วยอารามใหญ่ 3 อาราม และล้อมรอบด้วยสถูป 108  จากนั้นเที่ยวชม วัดทัมชิง ลาคัง วัดในนิกายนิงมาปะ พบโดยท่าน เทอทน เปเม ลิงปะ ภายในวัดมีจิตรกรรมฝาผนังโบราณที่เป็นภาพพระพุทธเจ้าทั้ง 1,000 ปาง และพระโพธิสัตว์
• วัดจาการ์ซอง (Jakar Dzong) ซึ่งตั้งอยู่บนเขาแวดล้อมได้ด้วยป่าสน
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
 จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ทะเลสาบ Mebar Tsho เป็นแอ่งน้ำในช่องหินกลางลำธารที่ตามตำนานเล่าว่าเป็นที่ลามะนักบุญองค์สำคัญของหิมาลัย Pema Lingpa ผู้เปิดขุมสมบัติอันหมายถึงพระธรรมคำสอนของท่านกูรูรินโปเชทที่ทิ้งไว้ 108 แห่งทั่วหิมาลัย โดยท่านลิงปะได้ดำดิ่งลงไปเจอหีบบรรจุพระธรรมอยู่ ณ ก้นบึ้งของแอ่งน้ำและนำมาเผยแผ่ห้าวบ้าน แต่ชาวบ้านเกิดความเคลือบแคลงไม่เชื่อ ท่านจึงได้พิสูจน์ด้วยการตั้งจิตอธิษฐานต่อหน้าพยานนับร้อยว่าหากท่านเป็นผู้ที่ลงไปเจอสมบัติจริงขอให้กระโดดลงไปในน้ำพร้อมกับเทียนเนยที่ถืออยู่ในมือโดยที่เทียนนี้จักไม่ดับไป แต่ถ้าหากหลอกลวงแล้วขอให้ตัวท่านนั้นสูญสลายไปกับสายน้ำ ซึ่งท่านลิงปะก็ได้พิสูจน์ให้ชาวบ้านนับร้อยเห็นเป็นประจักษ์ว่าท่านคือผู้ค้นพบคัมภีร์โดยแท้จริง
เดินทางไปหมู่บ้านดอร์จิบิ (Dorjibi Village) ใช้เวลาเดินทางจากเมืองบุมทังไปประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง แวะชม Dorjibi Weaving Center ศูนย์ทอผ้าดอร์จิบิ ที่นี่จะทอผ้าโดยใช้สีย้อมผ้าที่ได้มาจากธรรมชาติ จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมืองตรองซา (Trongsa) เมืองแห่งต้นราชวงศ์วังชุกที่ปกครองอาณาจักรภูฏานตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันนี้
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ และเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก เมืองตรองซา


วันที่ห้า ตรองซา-ทิมพู (Thimphu)
 “ระยะทาง 199 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชม.”

 


 
เช้า รับประทานอาหารเช้า  ณ โรงแรมที่พัก จากนั้นนำชม...
• Taa Dzong หอนาฬิการูปทรงกระบอกสร้างด้วยหินห้าชั้นในปี 1652 โดย Chogyal Minjur Tempa ซึ่งท่านซับดรุง งาวัง นัมเกล เป็นผู้มอบหมายให้จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่แสดงออกถึงความผสมผสานของประเพณีและความทันสมัยเข้าด้วยกัน จัดแสดงเกี่ยวกับเครื่องแต่งกาย พิธีกรรม วัตถุโบราณ หนังสือสวดมนต์ เป็นต้น
• Choekhor Rabtenshey Dzong ซองแห่งนี้ได้รับการยกย่องจากนักท่องเที่ยวว่านี้คือสิ่งก่อสร้างที่เยี่ยมยอดที่สุด ตัวอาคารสร้างอยู่บนไหล่เขาทอดยาวไปตามแนวขนานของไหล่เขา  ซองนี้จึงเป็นซองที่มีความยาวที่สุดในภูฏาน ตรองซานี้เป็นเมืองของต้นกำเนิดราชวงศ์วังชุก เนื่องจากสถานที่ตั้งของเมืองที่เป็นชุมชนใหญ่เพียงแห่งเดียวของภูเขานิลกาฬ เทือกเขาที่แบ่งแยกภูฏานออกเป็นสองซีก เส้นทางคมนาคมในสมัยก่อนจึงต้องผ่านตรองซา เมืองนี้จึงเป็นเมืองที่เชื่อมต่อระหว่างตะวันตกและตะวันออก
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หลังอาหารเดินทางกลับเมืองทิมพู ด้วยเส้นทางเดิม ตลอดสองข้างทางท่านจะได้ชมธรรมชาติอันสวยงาม
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ที่โรงแรมและพักผ่อนตามอัธยาศัย
ที่พัก เมืองทิมพู


วันที่หก เมืองทิมพู-พาโร (Paro)


 
เช้า รับประทานอาหารเช้า และนำท่านเที่ยวชมเมืองทิมพู ดังนี้
• วัดซันกังคา (Changangkha Temple) วัดเก่าแก่ที่สร้างใน คศ.ที่ 14 หรือกว่า 600 ปี ภายในอาคารมีภาพเขียนสีเรื่องราวศาสนาพุทธ
• เขตรักษาพันธ์สัตว์หายากของภูฏาน สถานอนุรักษ์ ตาคิน (Takin) สัตว์ประจำชาติของภูฏานที่มีลักษณะเหมือนวัวผสมกับแพะ
• Buddha Point เพื่อสักการะพระใหญ่ที่สุดในภูฏานตั้งอยู่บนเขา และยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดของทิมพู
• โรงเรียนสอนงานศิลปะ (The Painting School) ที่เปิดสอนศิลปะแขนงต่าง ๆ เช่น การแกะสลักไม้ การวาดภาพพระบฎ หรือภาพทังก้า (Tanka) การปั้นพระพุทธรูป
 ศูนย์หัตถกรรมพื้นเมืองของรัฐบาล (The Government Handicraft) พิพิธภัณฑ์ผ้าทอแห่งชาติ (The National Textile Museum) และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์พื้นบ้าน (The Folk Heritage Museum)
• มหาสถูปแห่งทิมพู (National Memorial Chorten) มหาสถูปที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1974 เพื่อระลึกถึงกษัตริย์องค์ที่ 3 พระเจ้าจิ๊กมี่ ดอร์จี วังชุก ซึ่งได้ประดิษฐานพระบรมอัฐิของพระองค์ที่นี่ด้วย สร้างโดยเสด็จแม่ของพระเจ้าจี๊กมี่ ดอร์จี วังชุก มหาสถูปแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างทางศาสนาในเมืองทิมพูสไตล์แบบทิเบต โดยเมื่อครั้งกษัตริย์จิ๊กมี่ ดอร์จี วังชุก ยังมีชีวิตอยู่ มีพระประสงค์สร้างสถูปนี้ถวายเป็นพุทธบูชา เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนจิตใจอันบริสุทธิ์ของพระพุทธเจ้า ที่นี้มีภาพฝาผนังบอกถึงเรื่องราวต่าง ๆ ได้ดี
• ทาชิโซซอง (Tashicho Dzong) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองหลวงทิมพู ตัวอาคาร เป็นสถาปัตยกรรมแบบภูฏานที่ใหญ่โต ตัวอาคารสีขาวมีหลังคาสีแดงซ้อนลดหลั่นเป็นชั้น ๆ ภายในประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ เป็นทั้งที่ทำงานของกษัตริย์ ที่พักฤดูร้อนของสมเด็จพระสังฆราช ที่ทำการรัฐบาลและศาสนา (วันธรรมดาจะเปิดให้เข้าชมหลังเวลาเลิกงาน 17.00 น.)
 จากนั้นเดินทางกลับสู่เมืองพาโรใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก เมืองพาโร
วันที่เจ็ด พาโร- ทักซัง

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
08.00    จากนั้น....นำท่านเดินขึ้นเขา ณ วัดทักซัง (Taksang Monastery) พิชิตวัดทักซังเป็นวัดที่ศักดิ์สิทธิ์และมีชื่อเสียงมากที่สุดในบรรดาวัดวาอารามของพุทธศาสนาในภูฏาน วัดตั้งอยู่บนหน้าผาหินสูง 900 เมตร คำแปลชื่อวัดนี้ แปลว่า รังเสือ (Tiger’s Nest)  กล่าวกันว่าท่านกูรู หรือ พระอาจารย์ของวัดนี้ได้ขี่หลังนางเสือเพื่อขึ้นไปที่วัด จากนั้นท่านก็จะจำพรรษาอยู่ในถ้ำของวัดครั้งละ 3 เดือนวัดเคยถูกไฟไหม้เมื่อปี ค.ศ. 1951 และได้รับการซ่อมแซมจนสภาพดีดังเดิม แต่วัดก็เกิดไฟไหม้อีกครั้งเมื่อปี ค.ศ. 1998 คราวนี้ไฟเผาผลาญสิ่งก่อสร้างหลักและเครื่องตกแต่งภายในวัดไปจนหมด แต่รัฐบาลก็ได้ทำการซ่อมแซมบูรณะวัดขึ้นใหม่เมื่อปี ค.ศ. 2000 พร้อมกับจำลองสิ่งของเครื่องใช้ไม้สอยในวัดให้เหมือนเดิม จนสภาพวัดกลับมาดีดังเดิม ท่านซับดรุง งาวัง นัมเยล เคยมาเยี่ยมวัดนี้ในช่วงศตวรรษที่ 16 วัดนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวภูฏานเคารพนับถือมาก นักแสวงบุญจากทั่วประเทศจะเดินทางเพื่อมาสวดมนต์ภาวนาที่วัดนี้ตลอดเวลา ตามปกติ วัดจะไม่เปิดให้คนทั่วไปเข้าชมยกเว้นนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาไหว้พระและชมวัดนี้จะต้องขออนุญาตจากทางการเป็นพิเศษอย่างไรก็ดี การเดินขึ้นมาที่วัดบนหน้าผา เป็นประสบการณ์ที่มีค่าของนักเดินทางทุกคน      โดยท่านสามารถเลือกขี่ม้าได้ค่ะ 1 ขาซึ่งประหยัดเวลาไปได้เยอะเหมือนกันค่ะ ค่าม้าประมาณ 20 USD.  และ ขาลงต้องเดินลงเองค่ำ เพราะทางลาดชัน  (ควรเตรียมรองเท้าสำหรับเดิน Hiking พิชิตวัดทักซังให้พร้อมด้วยนะคะ)
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
หมายเหตุ การเดินทางขึ้นเขา โดยส่วนมากแล้ว จะใช้เวลาเดิน ประมาณ 2-3 ชั่วโมง  ไปกลับก็จะประมาณ 6 ชั่วโมง ดังนั้นเวลาที่จะกลับลงมาถึงตีนเขาประมาณบ่าย 2 -3 โมงค่ะ ต้องเริ่มออกเดินทางปีนเขาแต่เช้าเพื่อไปให้ทันก่อนวัดปิดช่วงกลางวัน และจะเปิดใหม่ตอนบ่าย 2 โมงค่ะ
บ่าย นำท่านกลับเข้าสู่ที่พัก พักผ่อนอิริยาบทตามสบาย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ และเชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย
ที่พัก โรงแรม เมืองพาโร
วันที่แปด พาโร – กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ)

 


 
เช้า       รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
08.00    ออกจากที่พักสู่สนามบินเพื่อทำการเช็คอิน
11.40    ออกเดินทางกลับกรุงเทพ โดยสายการบินภูฏาน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ B3-702  (มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง ,เครื่องแวะรับ-            ส่งผู้โดยสารระหว่างประเทศ)
15.40    เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพและความประทับใจอิ่มใจในความบริสุทธิ์มิรู้ลืม 

 หมายเหตุ : การจองทัวร์ภูฏานของทุกบริษัทฯจะไม่มีการจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้า ถ้าหากมีการจองต้องจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินทั้งหมดและห้ามยกเลิกหรือเปลี่ยนชื่อผู้เดินทางทั้งนี้เป็นกฎของสายการบินดรุ๊กแอร์สายการบินแห่งชาติภูฏานสายเดียว ดังนั้นท่านที่สนใจร่วมเดินทางกับจุฬามณีต้องรีบส่งชื่อเพื่อทำจองที่นั่งด่วนค่ะ

อัตราค่าบริการรวม

  • ค่าโรงแรมที่พัก 7 คืน พร้อมอาหารเช้า ตามโปรแกรมท่องเที่ยวด้านบน

  • อาหารทุกมื้อตามที่ระบุในโปรแกรม

  • ไกด์ท้องถิ่น (พูดภาษาอังกฤษ), เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกจากประเทศไทย (สำหรับกรุ๊ป 10ท่านขึ้นไป)

  • ค่าประกันภัยการเดินทางวงเงิน 1.000,000.- บาท

  • รถรับ-ส่ง และตลอดการเดินทางตามโปรแกรมทัวร์ด้านบน

  • ค่าเข้าชมตามสถานที่ต่าง ๆ

  • น้ำดื่มวันละ 2 ขวด ต่อท่าน

  • ค่าวีซ่าภูฏานและภาษีท่องเที่ยวรัฐบาลภูฏาน

อัตราค่าบริการไม่รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินและภาษีสนามบินภูฏานสายการบินแห่งชาติภูฏานแอร์ไลน์

  • ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในรายการ

  • ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น และคนขับรถภูฏาน

  • ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (ถ้ามี)

  • ค่าทำเอกสารผู้ถือ พาสปอร์ต ต่างด้าว

  • ค่าน้ำหนักเกิน 25 กิโลกรัม ต่อท่าน

เอกสารที่ใช้ยื่นวีซ่า

  • หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้งานเหลือมากกว่า 6 เดือน ก่อนวันเดินทางกลับ

  • รัฐบาลภูฏานจะทำวีซ่าให้ก็ต่อเมื่อได้รับการชำระค่าทัวร์ 100 % แล้วเท่านั้น

  • ค่าวีซ่าได้รวมอยู่ในค่าทัวร์แล้ว และท่านจะได้รับตราประทับวีซ่าเมื่อไปถึงสนามบินพาโร หรือ Phuentsholing (หากเดินทางทางรถยนต์)

  • ยอดชำระเต็มต้องถูกส่งไปให้ทางภูฏานล่วงหน้าอย่างน้อย 3 อาทิตย์ก่อนวันเดินทาง และ 8อาทิตย์ก่อนวันเดินทางในช่วงเทศกาลเพราะนักท่องเที่ยวมากเดินทางมาจากทั่วโลกและมีสายการบินดรุ๊กแอร์สายการบินเดียวที่บินเข้าภูฏานค่ะ

สำรองที่นั่ง

  1. สำรองที่นั่งก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 30-90 วัน

  2. มัดจำครั้งแรกท่านละ 30,000 บาท (เพื่อสำรองที่นั่งตั๋วเครื่องบิน) ส่วนที่เหลือชำระภายใน 30 วันก่อนเดินทาง

         แจ้งชื่อ-นามสกุล/ส่งหน้า พาสปอร์ต ส่งมาที่   e-mail:chulamanitravel_9@hotmail.com หรือ Line ID: chulamani2

เงื่อนไขการให้บริการ

  1. กรุณาจองล่วงหน้าอย่างน้อย 4 สัปดาห์ และล่วงหน้า 8 สัปดาห์ในช่วงเทศกาล ก่อนการเดินทาง พร้อมชำระยอดเต็มล่วงหน้าอย่างน้อย 3 สัปดาห์ เนื่องจากรัฐบาลภูฎานจะออกวีซ่าให้ก็ต่อเมื่อชำระยอดทั้งหมดแล้ว

  2. เงื่อนไขการยกเลิก

    1. ยกเลิกก่อนการเดินทางภายใน 30 วัน เก็บค่าเสียหายท่านละ 20% ของราคาทัวร์

    2. ยกเลิกก่อนการเดินทางภายใน 21 วัน เก็บค่าเสียหาย 30% ของราคาทัวร์

    3. ยกเลิกก่อนการเดินทางภายใน 7 วัน เก็บค่าเสียหาย 50% ของราคาทัวร์

    4. ยกเลิกวันเดินทาง เก็บค่าเสียหาย 100% ของราคาทัวร์

  3. เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้วท่านงดการใช้บริการรายการใดรายการหนึ่งหรือไม่เดินทางพร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการคืนได้ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น

  4. กรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯ และในต่างประเทศปฏิเสธมิให้เดินทางออกหรือเข้าประเทศที่ระบุในรายการเดินทางผู้จัดขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น

การชำระเงิน

  1. ค่ามัดจำ 5,000 บาทเมื่อจองทัวร์

  2. ขอเก็บเงินค่าตั๋วเครื่องบินจำนวน 25,000.- บาทต่อผู้โดยสารหนึ่งท่าน

  3. ส่วนที่เหลือชำระก่อนการเดินทางอย่างน้อย 30 วัน มิฉะนั้นทางบริษัทฯจะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่ามัดจำทั้งหมด

    ***เนื่องจากต้องจ่ายเงินค่าทัวร์เต็ม 100% ทางการท่องเที่ยวภูฏานจึงจะออกวีซ่าให้ค่ะ****

หมายเหตุ

  1. ของเหลว เจล และสเปรย์ทุกชนิด กรุณานำใส่กระเป๋าสัมภาระ กรณีที่จะนำติดตัวไปให้บรรจุใส่ถุงพลาสติกใสเปิด-ปิดผนึกได้ไม่เกิน 1 ถุง ปริมาณที่ระบุไว้บนภาชนะที่ใส่ชิ้นละไม่เกิน 100ml/g รวมไม่เกิน 1,000ml/g

    สายการบินดรุ๊กแอร์อนุญาติให้นำสัมภาระติดตัวขึ้นไปยังห้องผู้โดยสารบนเครื่องบินได้อีกคนละ 1 ชิ้น น้ำหนักไม่เกิน 5kg. และขนาดไม่เกิน 45cmx30cmx20cm

จุฬามณี ทราเวล เปิดให้ท่านได้จัดกรุ๊ปพิเศษเฉพาะคณะของท่านเองราคาขึ้นอยู่ตามจำนวนคน หรือต้องการเดินทางส่วนตัวโดยไม่มีหัวหน้าทัวร์ กรุณาติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ    คุณสิริเกษ     โทร. 098-996-1324

www facebook.com/chulamanitravel Thailand

www.chulamanee.com e-mail:chulamanitravel_9@hotmail.com /Line ID:chulamani2