ทัวร์พม่า DDRGN 002 มัณฑะเลย์ พุกาม อินเล ย่างกุ้ง 5 วัน 4 คืน

ร่วมพิธีล้างหน้าพระพักตร์อันศักดิ์สิทธิ์ พระมหามัยมุนี แห่งเมืองมัณฑะเลย์ (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า)* สักการะเจดีย์ชเวซิกองแห่งเมืองพุกาม (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า) * ชมทะเลเจดีย์ที่เมืองพุกาม*ล่องเรือชมวิถีชีวิตของชาวพื้นเมืองที่ทะเลสาบอินเล*สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง “เจดีย์ชเวดากอง” (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า) * ช้อบปิ้งสินค้าพื้นเมืองที่ตลาดสก๊อต

 

กำหนดการเดินทาง: CODE : DDRGN 002/17         
วันแรก กรุงเทพ-มัณฑะเลย์
08.30 น.  นัดพบกันที่ สนามบินดอนเมือง ขาออก ชั้น 4 (ประตู 6) เคาน์เตอร์ N สายการบินนกแอร์ (DD) เจ้าหน้าที่บริษัทฯคอยต้อนรับ
12.05 น. ออกเดินทางสู่กรุงมัณฑะเลย์
13.25 น. เดินทางถึง “ เมืองมัณฑะเลย์”
• อดีตเมืองหลวง มีฐานะเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของพม่ารองจากเมืองย่างกุ้ง ตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำอิรวดี ห่างจากย่างกุ้งไปทางทิศเหนือ 716 กม. ก่อตั้งขึ้นในปี คศ. 1857 โดยพระเจ้ามินดง โดยตั้งชื่อตามภูเขามัณฑเลย์ที่อยู่ใกล้เคียง เมืองมัณฑเลย์เป็นราชธานีสุดท้ายของราชวงศ์พม่าก่อนที่ระบบอกษัตริย์จะถูกโค่นล้มลงและก่อนตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ ปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการค้าทางตอนเหนือของพม่า มีสนามบินอยู่นอกเมืองไปประมาณ 30 กม.
เดินทางสู่ เมืองอมรปุระ
• เมืองซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองแห่งผู้เป็นอมตะ และยังเคยเป็นเมืองหลวงเก่แก่ที่เคยเจริญรุ่งเรืองทั้งด้านพุทธศาสนา และวัฒนธรรมของพม่า ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองมัณฑะเลย์ ห่างออกไป 12 กม.
นำชม “พระราชวังมัณฑะเลย์” เป็นพระราชวังสุดท้ายแห่งระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของพม่า ก่อนถูกทำลายโดยทหารอังกฤษ ในยุคสงครมโลกครั้งที่ 2 สร้างโดยพระเจ้ามินดง ปีคศ. 1857-1859 ซึ่งย้ายราชธานีมาจากอมรปุระ ทรงรับสั่งให้ก่อสร้างพระราชวังทั้งกลางวัน และกลางคืน โดยสร้างกำแพงขึ้นมาก่อน ใช้วิธีขุดคูถมดินเป็นคันสูงจากที่ดินเดิม บริเวณพระราชวังทั้งหมดมีความกว้างยาวประมาณ 50 ไร่ มีประตูล้อมรอบพระราชวังอยู่ 12 ประตู กำแพงมี 4 ด้าน ด้านหนึ่งมีประตูใหญ่ 3 ประตู รวมเป็น 12 ลักษณะ และรับสั่งให้สร้างบริเวณพระที่นั่งออกขุนนางกำหนดให้เป็น “ศูนย์กลางจักรวาล”  และเมื่อปี พ.ศ. 2497 สงครามมหาเอเชียบูรพา ญี่ปุ่นเผาเสียหายหมด แต่ปัจจุบันทางการพม่าได้จำลองขึ้นใหม่อีกครั้งบนฐานเดิม
“วัดชเวนันดอร์” ชมอาคารไม้สักทองสลักเสลาด้วยลวดลายที่งามวิจิตร อาคารนี้เคยเป็นพระตำหนักที่ประทับของพระเจ้ามินดง เมื่อสิ้นพระชนม์ลงแล้ว พระเจ้าทีบอ (กษัตริย์องค์สุดท้ายของพม่า) ได้รื้อมาถวายวัดภายในอาคารยังตกแต่งด้วยไม้แกะสลักเล่าเรื่องมหาชาดก 10 ชาติ ที่ยังคงความสมบูรณ์มากที่สุดชมวิธีการทอผ้าพื้นเมืองของพม่า และให้ท่านได้เลือกซื้อเป็นของฝาก
“วัดกุโทดอร์” สร้างโดยพระเจ้ามินดง เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งการสังคายนาพระไตรปิฏก ครั้งที่ 4  และพระองค์ทรงให้จารึกพระไตรปิฏก 84,000 พระธรรมขันธุ์ ลงบนหินอ่อน 729 แผ่น ถือเป็นพระไตรปิฏกเล่มที่ใหญ่ที่สุด  จากนั้นชม วิหารชเวนันดอร์ สร้างโดยไม้สักทองทั้งหลัง โดยพระเจ้ามินดงได้ทรงให้รื้อเอาไม้สักทองจากพระราชวังเก่ามาสร้าง และเป็นวัดที่พระเจ้ามินดงทรงเสด็จมานั่งสมาธิ ปฏิบัติธรรม ดังนั้นวัดนี้จึงมีความสวยงามหลากหลายด้วยสถาปัตยกรรมช่างแห่งมัณฑะเลย์
“วัดพระหินอ่อน” หรือ วัดตอจี แกะสลักด้วยหยกขาวแท้ ๆ สวยงามมาก ซึ่งเป็นวัดที่มีพระพุทธรูปหยกขาวสวยงามมากดั่งพระมีชีวิต
เย็น   “Mandalay Hill”  จุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุดของเมืองมัณฑเลย์ ตั้งอยู่ทางตะวันออกฉียงเหนือของพระราชวัง อยู่บนเขาสูง 240 เมตร ในอดีตนั้นทหารอังกฤษกับอินเดียจำนวนมากมายมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ เมื่อครั้งที่เข้าตีค่าทหารในญี่ปุ่น ปี ค.ศ. 1945 และมีบันไดทางขึ้นใหญ่สองสาย มีขั้นบันไดอยู่ประมาณ 1,729 ขั้น ให้ท่านได้ชมทัศนียภาพของเมืองมัณฑเลย์ และถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก
ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก  เมืองมัณฑะเลย์  Ayeyar River View Hotel , Smart Hotel, Shwe Phyu Hotel หรือเที่ยบเท่า 3*


วันที่สอง มัณฑะเลย์-พุกาม
เช้าตรู่ (04.00น.)  สักการะ “พระมหามัยมุนี”
“มหามัยมุนี หรือที่ชาวพม่า เรียก “ มหาเมียะมุนี หรือ พระยะไข่”  แปลว่าผู้รู้อันประเสริฐ เป็น 1 ใน 5 ศาสนวัตถุที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์เก่าแก่ค่บ้านคู่เมืองของพม่า ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ อดีตราชธานีของพม่าในยุคราชวงศ์คองบอง เดิมทีเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของยะไข่ ถือเป็นต้นแบบพระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่ทรงเครื่องกษัตริย์ที่ได้รับการขนานนามว่า “พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม”  ชมพิธีล้างหน้าพระและร่วมอธิษฐานจิตภาวนาด้วยกันค่ะ
จากนั้น กลับมาที่พักและรับประทานอาหารเช้า
เช้า  เดินทางไปยังเมือง “พุกาม” โดยรถบัสปรับอากาศ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง ชมบรรยากาศทิวทัศน์และวิถีชาวชนบทระหว่างเดินทาง
• “พุกาม” เมืองแห่งโบราณสถาน ท่านจะได้ชมสถูปเจดีย์และวิหาร ส่วนที่รอดพ้นจากภัยแผ่นดินไหว และการกัดเซาะของแม่น้ำอิระวดีมีอยู่ไม่น้อยกว่า 2,000 แห่ง ถูกขนานนามว่าเป็น"ดินแดนแห่งทะเลพระเจดีย์"
นำชม  “พระเจดีย์ชเวสิกอง” (Shwezigon Pagoda) พระสถูปดั้งเดิมของพม่าโดยแท้มีลักษณเป็นสีทองขนาดใหญ่ สร้างขึ้นหลังพระเจ้าอโนรธาขึ้นครองราชย์ เพื่อใช้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุจากพระสรีระหลายส่วน มีลักษณะเป็นสีทองขนาดใหญ่ ใช้เป็นทั้งที่ประชุมสวดมนต์ และศูนย์กลางของพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทในพุกาม
 “วัดอนันดา (Ananda Temple)” ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของกำแพงเมือง เป็นวัดสีขาว มองเห็นได้ชัดเจน สร้างเสร็จเมื่อปี 1901 ซึ่งวิหารแห่งนี้นับได้ว่าเป็นวิหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพุกาม มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีมุขยื่นออกไปทั้ง 4 ด้าน เจดีย์แห่งนี้ยังเป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมพม่าในยุคต้นของพุกาม และสิ่งที่น่าทึ่งของวิหารแห่งนี้ก็คือ ที่ช่องหลังคาเจาะเป็นช่องเล็กๆ ให้แสงสว่างส่องลงมาต้ององค์พระ ให้มีแสงสว่างสาดส่องเข้ามาสวยงานมาก
 “วัดมนุหา (Manuha Temple)” สร้างโดยพระเจ้ากษัตริย์มอญที่ถูกจับตัวมาเป็นเชลยศักดิ์อยู่ที่พุกามพร้อมมเหสี  และพลเมืองมอญอีกว่า 30,000 คน ที่ถูกกวาดต้อน มาเมื่อครั้งที่พระเจ้าอโนรธาตีเมืองสะเทิมได้ใน ปี พ.ศ. 1600 และยึดพระไตรปิฎก 30 ชุดมาไว้ที่พุกาม  การที่พระเจ้ามนูหะทรงสร้างวิหารแห่งนี้ขึ้นก็เพื่อเป็นการถ่ายทอด  และระบายให้ได้รับรู้ถึงความอึดอัดใจ  และความไม่สบายใจที่พระองค์มีต่อการต้องตกเป็นเชลยเช่นนี้  ภายในวิหาร ประดิษฐานพระพุทธรูปอยู่ 3 องค์ ซึ่งองค์ประธานนั้นมีขนาดมโหฬารบริเวณพระอุระของพระพุทธรูปมีขนาดโตพองจนรู้สึกได้ถึงความอึดอัดที่ทับถมในจิตใจของพระองค์  หากเดินเข้าไปตามช่องว่างระหว่างวิหารกับพระพุทธรูป  จะพบกับพระพุทธรูปปางไสยาสน์อีก 2 องค์  ซึ่งก็ขนาดใหญ่โตจนทำให้วิหารคับแคบลงไปถนัดตาเช่นกัน
เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำชม  “วัดกุบยางกี (Gubyaukkyi Temple)”  สร้างโดยพระโอรสของพระเจ้าจันสิทธะ สิ่งที่โดดเด่นของวัดนี้ได้แก่ภาพจิตกรรมฝาผนังที่งดงามที่สุดในพุกามที่ยังคงเหลือให้ชมอยู่
 “วัดติโลมินโล (Htilominlo Temple)” สร้างขึ้นเมื่อปี 1211 โดยพระบัญชาของพระเจ้านันต่าว-มยา เป็นพระโอรสในพระเจ้านรปติสิทธู ซึ่งเกิดกับนางห้ามผู้หนึ่ง และได้เสี่ยงทางเลือกให้เป็นราชทายาท เป็นวัดสูง 46 เมตร ยาว 43 เมตร เท่ากันทั้ง 4 ด้าน มีพระพุทธรูปประดิษฐานทั้ง 4 ทิศ ทั้ง 2 ชั้นมีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันเก่าแก่กับลวดลายปูนปั้น อันประณีตสวยงาม สร้างโดยพระติโลมินโล เมื่อปี พ.ศ. 1761 และได้รับการยกย่องว่าสวยงามทั้งภายในและภายนอก นมัสการ “เจดีย์สัพพัญญู” เป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในเมืองพุกาม นำชม “วิหารธรรมยันจี (Dhammanyangyt) สร้างโดยพระเจ้านะระตู่ และพระองค์ก็เชื่อว่าเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในเมืองพุกาม สร้างขึ้นเพื่อล้างบาป ด้วยทรงปริวิตกว่าผลกรรมจากการกระทำปีตุฆาตจะติดตามพระองค์ไปในชาติหน้า
“เจดีย์ชเวสันดอร์” เชื่อกันว่าภายในบรรจุพระเกศาของพระพุทธเจ้าและยังมีรูปปั้นเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาฮนดูตั้งอยู่บริเวณลานของวิหารจึงมีชื่อเรียกแบบฮินดูว่า “ เจดีย์กาเนชา”  จากบริเวณนี้สามารถชมวิวตอนพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า และเจดีย์น้อยใหญ๋ โดยรอบ ที่มาของสมญานามว่า “ป่าทะเลเจดีย์ 5,000 องค์ เชิญเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย
ก่อนอาทิตย์ลับ  ชมภาพพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ณ เจดีย์ชเวซานดอว์ ( Shwesandaw Pagoda) เก็บภาพวิว 360 องศาจากด้านบนเจดีย์นี้ งามประทับใจ
ค่ำ  รับประทานอาหาร ค่ำ  แบบพื้นเมือง พร้อมชมโชว์เชิดหุ่นกระบอก
ที่พัก  เมืองพุกาม Famous Hotel/ Shwe Yee Pwint Hotel หรือเทียบเท่า ระดับ 3 ดาว


วันที่สาม พุกาม-เมืองอินเลย์-เฮโฮ-ทะเลสาบอินเล (บินภายใน)
เช้า  รับประทานอาหาร เช้า ที่โรงแรม จากนั้นเดินทางไปสนามบิน
08.00 น. เดินทางสู่  “เมืองเฮโฮ” โดยสายการบินภายในประเทศ
09.30 น. เดินทางถึงสนามบินอินเลย์ เดินทางต่อสู่เมืองรัฐฉาน (Shan State) นั่งรถไปประมาณ 40 นาที โดยรถยนต์ปรับอากา
  ระหว่างทางนำท่านชม วัด Shwe Yan Phe  แปลว่า สมปราถนา เป็นวัดเก่าแก่อายุประมาณ 115 ปี มีเอกลักษณ
  หน้าต่างเป็นรูปไข่ สร้างโดยเจ้าฟ้าไทยใหญ่
จากนั้น นำท่านลงเรือชมความงามของ”ทะเลสาบอินเล” ชมวิถีชีวิตของชาวอินตา 
  ที่อาศัยอยู่รอบๆ ทะเลสาบ พื้นที่158 ตร.กม. อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 878
  เมตร ความยาวจากเหนือจรดใต้ประมาณ 32 กม. กว้าง 5 กม. เกิดจากลำ
  ธารหลายสายที่ไหลมาจากเทือกเขาที่ทอดขนานไปทั้งทางทิศตะวันตกและ
  ตะวันออก มีน้ำไหลจากทะเลสาบไปลงแม่น้ำสาละวิน รอบทะเลสาบมี
  ชุมชนชาวอินตาอยู่มากกว่า 200 แห่ง ท่านจะได้ผ่านหมู่บ้านชาวประมง,
  หมู่บ้านผลิตเครื่องเงิน-เครื่องทอง โรงงานตีมีดแบบโบราณ และชมการพายเรือด้วยเท้าเอกลักษณ์ของชาวอินตา
เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำชม “วัดพองดออู” นมัสการพระบัวเข็ม พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่แกะจากไม้จันทน์ ที่แต่
  เดิมมีขนาดเพียง 5 ซ.ม.เท่านั้นแต่ด้วยศรัทธาเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนได้มาปิด
  ทองจนมีขนาดใหญ่กว่าเดิมถึง 6 เท่า สร้างในศตวรรษที่ 12 อดีตพระพุทธรูป 5
  องค์นี้ ชาวบ้านจะอัญเชิญขึ้นเรือแห่ไปตามหมู่บ้านต่าง ๆ รอบๆ ทะเลสาบ (จะจัด
  ขึ้นหลังออกพรรษา 15 วัน)
  
  “หมู่บ้านทอผ้าอินปอขอม” ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่นำเส้นใยบัวมาทอเป็นเสื้อผ้า, ผ้าพันคอ  ฯลฯ  และนำท่านชมวัดแมว
  กระโดด มีอายุ 200 กว่าปี  พร้อมนำท่านชมนพมาสพระ ไม้สักทอง การแกะลายสลักอ้อนช้อย
  สวยงามมากๆ จากนั้นนำท่านชม” Nga-Phe-Kyanng Monastary”  เป็นสำนักสงฆ์ที่รวบรวมพระพุทธรูปสำคัญๆ ไว
  เป็นจำนวนมากเป็นวัดที่ได้รับการประกาศให้เป็นโบราณสถาน ประกอบด้วยเสาไม้สักถึง 654 ต้น สร้างในปี ค.ศ1205
  สมัยพระเจ้ามินดง  ได้เวลาสมควรนำท่านเข้าสู่ที่พัก  
ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก  ทะเลสาบอินเล Myanmar Treasure Hotel หรือเทียบเท่า 4 ดาว


วันที่สี่ อินเล-ย่างกุ้ง (บินภายใน)
เช้า  รับประทานอาหารเช้า จากนั้นออกเดินทางสู่สนามบินเพื่อบินกลับมาเมืองย่างกุ้ง 
09.15 น. ออกเดินทางสู่กรุงย่างกุ้ง โดยสายการบินภายในประเทศ
10.25 น. ถึงสนามบินย่างกุ้ง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้วเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองย่างกุ้ง
เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย  เจดีย์โปตาทาวน์ ตามตำนานเล่าขานว่า เมื่อราว 2000 ปีก่อน พระเจ้าโอกะลาปะ กษัตริย์มอญทรงบัญชาให้นายทหาร
  ระดับแม่ทัพตั้งแถวถวายสักการะแด่พระเกศธาตุที่นายวาณิช สองพี่น้องอัญเชิญมาทางเรือและมาขึ้นฝั่งเมืองตะเกิง
  หรือดากอง ณ บริเวณนี้ จึงสร้างเจดีย์โบตะทาวน์ไว้เป็นที่ระลึก พร้อมทั้งแบ่งพระพุทธเกศา 1 เส้น มาบรรจุไว้ ก่อน
  นำไปบรรจุในมหาเจดีย์เวดากองและเจดีย์สำคัญอื่นๆ เจดีย์โบดาทาวน์ จึงเป็นหนึ่งในมหาบูชาสถานของชาวมอญและ
  พม่าเรื่อยมา จนกระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรได้ทิ้งระเบิดถล่มย่างกุ้ง ทำให้เจดีย์โบดา
  ทาวน์องค์เดิมถูกทำลายพินาศ แต่ในระหว่างการบูรณะได้ค้นพบผอบทรงสถูปบรรจุพระเกศธาตุและพระบรมสารีริกธาตุครั้นเมื่อ
  เจดีย์โบดาทาวน์องค์ใหม่ สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2496  จึงนำพระเกศ ธาตุมาบรรจุในมณฑปครอบแก้วใสประดิษฐาน ณ ใจกลางเจดีย์
  และทำช่องทางให้พุทธศาสนิกชนเดินเข้าไปดูและสักการบูชาได้ อย่างใกล้ชิดนอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่าชมในอาณาบริเวณเจดีย์โบดา
  ทาวน์คือ พระพุทธรูปทองคำ ประดิษฐานในวิหารด้านขวา ซึ่งเป็นพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีพุทธลักษณะงดงามยิ่งนัก ตามประวัติว่าเคยประดิษฐานอยู่ในพระราชวังมัณฑะเลย์ ครั้นเมื่อพม่าตกอาณานิคมอังกฤษในปี พ.ศ. 2428 ถูกเคลื่อนย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์กัลกัตตาในอินเดียทำให้รอดพ้นจากระเบิดของฝ่ายที่ถล่มวังมัณฑะเลย์ ต่อมาในปี 2488 พระพุทธรูปองค์นี้ถูกจัดไปแสดงที่พิพิธภัณฑ์วิกตอเรียและแอลเบิร์ต
  นอกจากพระพุทธรูปทองคำแล้ว จากนั้นนำท่านขอพร “พระเทพทันใจ” เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ของชาวพม่าและชาวไทย ที่
  นิยมมากราบไหว้ขอพรและเพื่อความเป็นสิริมงคล  จากนั้นนำท่านข้ามฝั่งไปอีกฝากหนึ่งของถนนเพื่อ...สักการะ  เทพ
  กระซิบ  ซึ่งองค์เทพกระซิบ นี้ชาวพม่าเชื่อว่าเป็นธิดาของพญานาค  คนพม่าจะนับถือเทพองค์นี้มากรองจากเทพทันใจ 
  ท่านจะเห็นได้จากของไหว้ที่คนพม่านำมาไหว้เมื่อประสบความสำเร็จตามพรที่ขอ  โดยการขอพรเทพกระซิบนี้  ต้อง
  ไปขอข้าง ๆ หู ซึ่งเป็นที่มาของเทพกระซิบ  
นำท่านชม “ พระพุทธไสยาสน์เจ๊าทัตจี”  นมัสการพระพุทธรูปนอนที่มีความยาว 55 ฟุต สูง16 ฟุต ซึ่งเป็นพระที่มีความสวยงามมากโดยเฉพาะ ดวงตา และพระบาทมีภาพมงคล  108  ประการ
เย็น  “พระมหาเจดีย์ชเวดากอง” พระมหาเจดีย์คู่บ้านคู่เมืองพม่า ที่มีอายุกว่า 2,500 ปี เป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุ 8 เส้น ของพระพุทธเจ้าองค์พระเจดีย์ สร้างด้วยทองคำหนัก 2 ตัน ขนาดเท่าไข่ประดับด้วย เพชร 5,548 เม็ด รวมถึงทับทิม ไก่บนยอดเจดีย์ ซึ่งมีทั้งผู้คนชาวพม่า และชาวต่างชาติมากมายพากันเที่ยวชมและนมัสการทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างไม่ขาดสาย
*** นำท่านไปยังจุดอธิษฐาน...เพื่อเสริมสิริมงคลและบารมี และถือเป็น 1 ใน 5 ***
มหาบูชาสถานของประเทศพม่า... สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนจิตวิญญาณของชาวพม่า
ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก  เมืองย่างกุ้ง Yakin Hotel/Green Leaf Hotel หรือเทียบเท่า


วันที่ห้า ย่างกุ้ง-เมืองมอวบิ -ย่างกุ้ง-กรุงเทพ
07.00 น.  รับประทานอาหารเช้า  ณ  ห้องอาหารของโรงแรม
 นำท่านเดินทางสู่เมืองมอวบิ นั่งรถออกจากย่างกรุงไปประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า นำท่านไปยัง “วัดอองซาบูดอยาธรรม
  ไย๊คตา” (Aung Zabu Tawya Dhamma Yeiktha) วัดนี้เป็นวัดปฏิบัติสอนวิปัสนากรรมฐาน  ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของ
  นักท่องเที่ยวมากนัก พาท่านนมัสการและชมพระพุทธรูปเก่าแก่ 301 องค์ ที่ได้รับบริจาค จากชาวญี่ปุ่นผู้หนึ่ง และได
  นำออกแสดงให้ชาวพุทธทั่วประเทศ และชาวต่างชาติได้กราบไหว้
12.00   รับประทานอาหารกลางวัน  ณ  ภัตตาคาร  มื้อพิเศษ...สลัดกุ้งมังกร และเป็ดปักกิ่ง
ช้อบปิ้ง นำท่านเลือกซื้อสินค้าที่ “สก๊อตมาร์เก็ต” ซึ่งสร้าง โดยชาวสก๊อตสมัยเมื่อครั้งพม่ายังเป็นอาณานิคมของประเทศ
  อังกฤษ ท่านจะสามารถซื้อหาของที่ระลึกพื้นเมืองได้มากมายในราคาถูก เช่น ไม้และงาช้างแกะสลัก,  พระพุทธรูปไม้
  หอมแกะสลัก, แป้งทานาคา, ผ้าปักพื้นเมือง และ เครื่องเงิน เป็นต้น  จากนั้นนำท่านสู่ วัดบารมี ให้สักการะพระเกศา
  ของพระพุทธเจ้า ที่เชื่อว่ายังมีชีวิตอยู่จริง ด้วยองค์พระเกศาธาตุนี้เมื่อนำมาวางบนมือ จะสามารถเคลื่อนไหวได้อีกทั้ง
  วัดนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นที่เก็บองค์พระบรมสารีริกธาตุไว้มากที่สุดด้วยไม่ว่าจะเป็นของพระโมคลา  พระสารีบุตร และองค์
  พระอรหันต์ต่าง ๆ 
จากนั้น เดินทางสู่สนามบินเพื่อเตรียมตัวเช็คอินเดินทางกลับสู่ประเทศไทย
21.00 น. ออกเดินทางกลับ กรุงเทพฯ  โดยเที่ยวบินที่   DD4239    (มีบริการ เบเกอร์รี่  และน้ำ บนเครื่อง) 
22.45 น. เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม
******** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ใช้บริการค่ะ ******


(* * กรุ๊ปออกเดินทางได้ตั้งแต่ 15 ท่านขึ้นไป **)
กำหนดการเดินทาง
 ผู้ใหญ่ท่านละ
(พักห้องละ 2 ท่าน) เด็กอายุ 2-12 ปี
มีเตียง  เด็กอายุ 2-12 ปี
ไม่มีเตียง พักเดี่ยวเพิ่ม
ราคาสำหรับ 15 ท่าน    
บริการน้ำดื่ม วันละ 1 ขวด / เสิร์ฟผ้าเย็น ตลอดการเดินทาง  
เงื่อนไขการชำระเงิน
• ชำระเงินมัดจำท่านละ 5,000  บาท พร้อมแจ้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษตามหนังสือเดินทาง
• ชำระส่วนที่เหลือ ทั้งหมดก่อนการเดินทาง 20 วัน หรือตามเงื่อนไขที่สายการบินกำหนด **

อัตรานี้รวม
• ค่าตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ สายการบิน NOK AIR  กรุงเทพฯ-มัณฑะเลย์/ ย่างกุ้ง-กรุงเทพฯ (ตั๋วกรุ๊ป) และค่าภาษีสนามบินไทย และพม่า
• ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่ระบุไว้ในรายการ / ค่าที่พัก 2 คืน /  ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทาง ท่านละไม่เกิน 30 กก.
• ค่าบัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ตามรายการที่ได้ระบุไว้ / มัคคุเทศก์คอยบริการตลอดการเดินทาง  /  ค่าประกัน
• อุบัติเหตุในการเดินทาง 1,000,000 บาท / / รวมค่านั่งรถขึ้น-ลง เขาที่เป็นที่ตั้งของ พระธาตุอินทร์แขวน

อัตรานี้ไม่รวม
• ค่าทำหนังสือเดินทางไทย และค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ถือพาสปอร์ตต่างชาติ  /  ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่ได้ระบุไว้ใน
• รายการ /  ค่าธรรมเนียมกระเป๋าเดินทางที่น้ำหนักเกิน 30 กก.  /  ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่มิได้ระบุไว้ในรายการ เช่น ค่าซักรีด
• โทรศัพท์  ค่ามินิบารฯลฯ  /ค่าภาษีน้ำมันที่มีการปรับเพิ่มจากสายการบิน /  ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3  %
• ค่าวีซ่าพม่า (สำหรับพาสปอร์ตไทย เท่านั้น)  เริ่ม 11 สิงหาคม 2558

เอกสารที่ใช้ในการขอวีซ่าประเทศพม่า... สำหรับพาสปอร์ตต่างประเทศ
ค่าธรรมเนียมวีซ่าพม่า ท่านละ 2,000.- บาท
หนังสือเดินทางที่มีวันกำหนดอายุใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากวันที่จะออกเดินทาง
รูปถ่ายสี  พื้นหลังขาวเท่านั้น ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป
ที่อยู่ที่ต่างประเทศ  และในประเทศไทย

หมายเหตุ
รายการดังกล่าวเป็นเส้นทางธรรมชาติ ท่านอาจไม่รับความสะดวกสบายในบางเรื่อง อาทิเช่น อาหาร,สภาพห้องน้ำระหว่างการเดินทางหรือตามที่ท่องเที่ยว, ส่วนโรงแรมที่พักนั้นถือว่าสะดวกสบายและอยู่ในสภาพดี...  บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะ
เปลี่ยนแปลงหรือสับเปลี่ยนรายการได้ตามความเหมาะสม เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้ /บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะ
เลื่อนการเดินทางในกรณีที่มีผู้ร่วมคณะไม่ถึง 20 ท่าน / ขอสงวนสิทธิ์ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงราคาโดยมิต้องแจ้งให้ทราบ
ล่วงหน้าในกรณีที่มีการขึ้นลงของเงินตราต่างประเทศ / การไม่รับประทานอาหารบางมื้อ ไม่เที่ยวบางรายการ ไม่สามารถขอ
หักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย//บริษัทเป็นเพียงตัวแทนการท่องเที่ยว  สายการบิน 
และ ตัวแทนการท่องเที่ยวในต่างประเทศ ซึ่งไม่อาจรับผิดชอบต่อความเสียหายต่างๆ  ที่อยู่เหนือการควบคุมของเจ้าหน้าที่
บริษัทฯ อาทิ การนัดหยุดงาน  การจลาจล  เปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาในตารางบิน ภัยธรรมชาติ ฯลฯ  หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่
เกิดขึ้นทั้งทางตรงหรือทางอ้อม....เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้าหรือจากอุบัติเหตุต่างๆ ฯลฯ  ต่อการ
ตอบปฏิเสธการเข้าและออกเมืองของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าหรือออกเมือง อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือเอกสารการ
เดินทางไม่ถูกต้อง หรือการถูกปฏิเสธในกรณีอื่น ๆ