สุดแผ่นดินผืนฟ้า ในอ้อมกอดหิมาลัย

" สุดแผ่นดินผืนฟ้า ในอ้อมกอดหิมาลัย "

 ที่ ซันสการ์ ZANSKAR"

Dream Trip Dream Catcher กับอีกหนึ่งฝันที่ต้องไปให้ถึง  ซันสการ์ เมืองที่มีสมญานามว่าเป็น "เมืองลับแลแห่งหิมาลัย" ดินแดนติดเทือกเขาหิมาลัยอยู่ทางตอนเหนือของอินเดีย ติดอันดับดินแดนหนึ่งที่เข้าได้ถึงยากที่สุด เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว

"... ซันสการ์ (Zanskar) เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงทางด้านทัศนียภาพที่สวยงามรวมไปถึงเสน่ห์ของความศรัทธาของวัดพุทธแบบทิเบต โดยเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตคาร์กิล (Kargil) ของรัฐจัมมูและแคชเมียร์ เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของตัวเมืองถูกล้อมรอบด้วยเทือกเขาหิมาลัย ดังนั้นจึงทำให้เมืองนี้มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี..."

 

ทริป เลห์ - ลาดักห์ สู่ซันสการ์  เลห์--อัลชิ- ดาห์-คาร์กิล-ซันสการ์-แปนกอง-เลห์
ดินแดนแห่งเมืองสวรรค์และโลกมนุษย์มาบรรจบกัน ความงามชนิดที่เรียกว่าไม่อยากกะพริบตา งามทั้งธรรมชาติ งามทั้งวัฒนธรรม และเมืองแห่งนี้เต็มเปี่ยมด้วยศรัทธาในศาสนาพุทธ

เพราะความงามที่สวยจับใจนี้ จึงไม่ง่ายที่จะได้ยลโฉม ทริปนี้ต้องเปิดใจรับกับเส้นทางที่ค่อนข้างหฤโหด อาหารพื้นเมืองที่กินยาก  และต้องฟิตร่างกายให้พร้อมกับพื้นที่ที่อยู่สูงเหนือจากระดับน้ำทะเลเกินกว่า 4,000 เมตร ที่อาจทำให้เกิดอาการแพ้ความสูง ทำให้ปวดหัว และอาเจียน หายใจลำบาก แต่ก็ไม่ยากเกินกว่าจะไขว่คว้า.....


กำหนดการเดินทาง
วันแรก  : กรุงเทพ-เดลลี
คณะเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปยังกรุงเดลลี และพักค้างคืน ที่เดลลี

วันที่สอง: เมืองเดลลี – เลห์ (3,500 เมตร จากระดับน้ำทะเล)
เช้า ออกเดินทางจากสนามบินเมืองเดลลี สู่เลห์ เมืองใหญ่สุดของลาดักห์ที่อยู่ทางตอนเหนือสุดของอินเดียติดกับเขตทิเบตของจีน บริเวณพื้นที่ของลาดักห์นั้นเป็นพื้นที่สูง อดีตนั้นลาดักห์เป็นเขตปกครองตนเองเป็นอาณาจักรอิสระ ที่มีอารยวัฒนธรรมเหมือนกับทิเบต จึงมีสมญานามว่า “ทิเบตน้อย”
 เมื่อถึงสนามบินเมืองเลห์แล้ว นำท่านเข้าที่พัก เพื่อให้ท่านได้พักผ่อนและปรับสภาพร่างกาย  รับประทานอาหารกลางวันที่โรงแรมที่พัก ช่วงบ่ายหลังจากที่พักผ่อนแล้ว พาท่านชม Shanti Stupa (เจดีย์แห่งสันติ) ตั้งอยู่บนเนินเขาจังสปา เป็นเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่สร้างโดยพระชาวญี่ปุ่น ชื่อ นากามูระ และพระชาวลาดักห์เมื่อปี ค.ศ.1985 ใช้เวลาสร้างประมาณ 3 ปี  โดยมีจุดประสงค์ของการสร้างเจดีย์เพื่อน้อมนำสันติภาพให้เกิดแก่โลกและให้ศาสนาพุทธยังคงดำรงอยู่ในอินเดียต่อไป  และบนเจดีย์นี้ท่านยังสามารถชมวิวที่สวยงามของเมืองเลห์ และพระราชวังเลห์ได้อย่างชัดเจนอีกด้วย จากนั้นพา ชมพระราชวังเลห์ (Leh Palace) หรือ “Lachen Palkhar” ซึ่งเป็นพระราชวังที่ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นกลางเมืองเลห์ ขนาดความสูง 9 ชั้น ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1630 มีลักษณะรูปแบบสถาปัตยกรรมใกล้เคียงกับพระราชวังโปตาลาในทิเบต  ยามเย็นพาเดินชมตลาดของเมืองเลห์ก่อนเข้าที่พัก
คืนนี้พักที่เมืองเลห์

 
วันที่สาม : เลห์ – Sham Valley  ระยะทาง 72 ก.ม. /3-4 ชั่วโมง
รับประทานอาหารเช้า ออกเดินทางไปยังเมืองอูเล (Ule) ระหว่างทางผ่าน  Sham Valley, เส้นทางนี้เหมือนทิวทัศน์จะเป็นภูเขาทราย ดินเหลือง หน้าผาสูง แวะชม ภูเขาแม่เหล็ก (Magnetic Hill) ตรงนี้รถจะแล่นช้าลงเพราะถูกดูดล้อ จากนั้นเดินทางต่อเลาะเลียบแม่น้ำอินดัส ที่อยู่ต่ำลงไปประมาณ 1 ก.ม.  ชมจุดที่แม่น้ำอินดัสและซันสการ์มาเจอกัน ชมวัดอัลชิ (Alchi Monastery ) เป็นวัดที่มีชื่อเสียง ขนาดใหญ่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 11 ในบริเวณประกอบไปด้วยอาคารต่างๆ เช่นหอประชุม วิหารต่าง ๆ รูปปั้นและไม้แกะสลักต่างๆมีตำนานว่านำมาจากแคชเมียร์เมื่อศดวรรษที่ 11
คืนนี้พักที่เมืองอูเล่ (Ule)


วันที่สี่ : อูเล่ (Ule) – Lamayuru-Kargil 178 Kms/6-7 Hrs.
ออกเดินทางต่อไปยังเมืองคาร์กิล รถจะวิ่งผ่านหุบเขา Lamayuru หรือ Moon Land  ซึ่งหุบเขาในเส้นทางนี้รูปร่างแปลกตาคล้ายพื้นผิวของพระจันทร์ จึงได้รับสมญานามว่าเป็น “หุบเขาโลกพระจันทร์  แวะวัดลามายูรู (Lamayuru Monastery)  เป็นวัดในพระพุทธศาสนานิกายหมวกแดง ตั้งอยู่บนหุบเขาสูง ที่ระดับความสูง 3,390 เมตร เป็นอารามที่ใหญ่ที่สุดในลาดักห์ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 11 โดย MahasiddhaCharya Naropo ซึ่งเป็นปราชญ์พุทธชาวอินเดีย  วัดลามายูรูมีอีกชื่อหนึ่งว่า ยุงตรุง ทาปาลิง กอมปา ( Yungdrung Tharpaling Gompa) ตามตำนานเล่าว่าเมื่อครั้งพระอรหันต์นิมากุง จาริกผ่านมาถึงที่นี่เมื่อหลายร้อยปีก่อนซึ่งบริเวณนี้ยังเป็นทะเลสาบอยู่ ท่านพระอรหันต์นิมากุงได้ทำนายว่าจะมีวัด ณ สถานที่นี้ ท่านจึงได้ตั้งเสาธงมนตราไว้พร้อมกับแผ่กุศลทานด้วยการโปรยเมล็ดข้าวโพดแด่ดวงวิญญานของนาคที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบ ต่อมาเมล็ดข้าวโพดกลับงอกงามขึ้นเป็นรูปเครื่องหมายสวัสดิกะ
  จากนั้นเดินทางต่อไปยัง มูลเบค ( Mulbek) เมื่องที่อยู่บนเส้นทาง 1D ศรีนาคา-คาร์กิล-เลห์ ริมฝั่งแม่น้ำ Wakha  มี Mulbek Chamba Statue (หากใครต้องการถ่ายรูปต้องซื้อบัตรค่าถ่ายรูป) ชมพระพุทธเมตไตรย ที่แกะสลักบนหน้าผาหินสูงประมาณ 20-30 เมตร อายุ 2,106 ปี สร้างในราชวงศ์กุศานะ ชื่อว่าพระพุทธ CHAMBA มีการแกะสลักที่สวยงามอ่อนช้อย จากนั้นเดินทางต่อไปเมืองคาร์กิล (Kargil) เป็นอำเภอหนึ่งของแคว้นลาดักห์ รัฐจัมมู แคชเมียร์ เป็นปากทางสู่แคชเมียร์
คืนนี้พักที่เมืองคาร์กิล (2,676 เมตร จากระดับน้ำทะเล)


วันที่ห้า :คาร์กิล ( Kargil)  –  พาดุม (Padum)  (250 กม./10-11 ชม.)
เช้า รับประทานอาหารเช้า เสร็จแล้วเตรียมตัวออกเดินทางสู่ เมืองพาดุม (Padum)  เมืองหลวงของจันสการ์ ระยะทาง 250 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง ระหว่างทางผ่านหมู่บ้านรังดุม (Rangdum) ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ (ระยะทาง 98 ก.ม.)  ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงจากคาร์กิล
เดินทางต่อ จะเป็นทางที่เรียบแม่น้ำ Suru ซึ่งจะเห็นวิวของภูเขาหิมะอันกว้างใหญ่ และธารน้ำแข็งใหญ่น้อย ระหว่างทางจะผ่านทางน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดอีกด้วย ชื่อ ธารน้ำแข็ง Dran Drung Glacier บนเส้นทาง Penzi-La ที่ความสูง 4,406 เมตร และ Nun Kun Peak จากนั้นพาชม วัดรังดุม (Rangdum Monastery)
ช่วงเย็น ถึงพาดุม นำท่านเข้าที่พัก รับประทานอาหารค่ำ และพักผ่อนตามอัธยาศัย
คืนนี้พักเมืองพาดุม (Padum)


วันที่หก: พาดุม (Padum)
หลังจากรับประทานอาหารเช้าแล้ว นำท่านชมเมืองพาดุม ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรซันสการ์ เมืองพาดุมอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 3,505 เมตร ปัจจุบันเป็นเมืองที่สำคัญของเขตนี้ และเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเยี่ยมชมซันสการ์ พาท่านเยี่ยมชมวัดคาร์ซ่า (Karsha Gompa) วัดที่ใหญ่ที่สุดในหุบเขาซันสการ์ ที่สร้างไต่ระดับขึ้นไปบนเทือกเขาสูง ต้องค่อยๆเดินขึ้นไปช้าๆ จะได้ไม่เหนื่อยมากค่ะ
ชม วัดสตองเดย์ (Stongday Gompa) วัดใหญ่อันสองของหุบเขาจันสการ์ ตั้งอยู่บนภูเขาสูง ชมวิวมุมสูงของซันสการ์
ชม วัดซานิ (Sani Gompa) แห่งนี้เปป็นสาขาของ Drukpa Kagyupa School แต่ละส่วนของวัดแห่งนี้ได้สร้างขึ้นในแต่ละยุคสมัยที่ต่างกัน ส่วนที่เก่าแก่ที่สุดนั้นสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 2 วัดนี้ถูกสร้างในลักษณะของปราสาทโดยมีสถูปกานิการ์ (Kanika Stupa) ประดิษฐานอยู่ด้านหลังของวัด จากหลักฐานชิ้นนี้เชื่อว่าวัดนี้สร้างขึ้นในสมัยของ Kushan ผู้ปกครองสมัยศตวรรษที่ 2 วัดนี้ยังเกี่ยวข้องกับโยคี นาโรบา ของอินเดียอีกด้วย โดยเชื่อว่า โยคี นาโรบาได้มาปฏิบัติตนบริเวณสถูปแห่งนี้ 
ชม Sangla Fort จากนั้นเดินทางกลับสู่ที่พัก
คืนนี้พักค้างคืนที่พาดุม อีกหนึ่งคืน


วันที่เจ็ด: พาดุม (Janskar) – คาร์กิล (Kargil)
เช้าตรู่ รับประทานอาหารเช้า จากนั้นเดินทางสู่เมืองคาร์กิล วันนี้จะเดินทางทั้งวัน ประมาณ 10 ชั่วโมงโดยใช้เส้นทางเดิม (Penzi La Pass)  เพลิดเพลินกับวิวที่สวยแปลกตา  2 ข้างทาง เย็น เดินทางถึงเมืองคาร์กิล พักผ่อนอิริยาบทหลังจากเดินทางมาตลอดทั้งวัน รับประทานอาหารค่ำ และพักผ่อน
คืนนี้พักเมืองคาร์กิล (Kargil)

วันที่แปด: คาร์กิล (Kargil) – Dha-Leh  ( 230 ก.ม. ใช้เวลาประมาณ 6-7 ช.ม.)
เช้าหลังรับประทานอาหารแล้ว เตรียมตัวออกเดินทางกลับสู่เลห์ ด้วยระยะทางที่ค่อนข้างยาว 230 กม. กับวิวทิวทัศน์ที่งดงามตลอดเส้นทาง ระหว่างทางแวะที่  หมู่บ้าน ดาฮาห์นู (Dha Hanu Village/ Land of Ancient Aryans) ซึ่งเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ของชาวอาระยัน เป็นที่อยู่อาศัยของชนเผ่าโบรคพา (Brokpa) ซึ่งถือว่าเป็นชนเผ่าอาระยันรุ่นสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในเขตนี้ จะมีการแต่งตัวและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง 
เย็นเดินทางถึงเมืองเลห์ พาท่านเข้าที่พักและพักผ่อนอิริยาบทก่อนรับประทานอาหารค่ำ
ค่ำคืนนี้พักกันที่เมืองเลห์


วันที่เก้า: เลห์ (Leh) – ทะเลสาบพันกอง (Pangong Lake) (140 ก.ม./ใช้เวลาประมาณ 4-5 ช.ม.)
รับประทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว เดินทางสู่ทะเลสาบพันกอง ซึ่งจะต้องผ่านชางลา (Shangla Pass)  เส้นทางรถยนต์ที่สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก สูง 17,350 ฟุต
ทะเลสาบพันกอง มีความยาว 40 ไมล์ และกว้าง 2-4 ไมล์ เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่สูงสุดในโลก โดยมีความสูงถึง 14,256 ฟุตจากระดับน้ำทะเล ชมความงามของทะเลสาบที่มีภูเขาสูงเป็นฉากหลัง  ตื่นตาตื่นใจกับความงดงามของสีสันที่งดงามของน้ำในทะเลสาบ โดยเฉพาะช่วงเย็นน้ำจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้ม  พื้นที่ 75% ของทะเลสาบพันกอง อยู่ในดินแดนทิเบต (จีน) และอีก 25% อยู่ในเขตของประเทศอินเดีย
ค่ำรับประทานอาหาร และพักผ่อน (หรือจะแอบมานั่งนับดาวตอนกลางคืนเก็บภาพเอาไว้ฝากคนทางบ้าน)
คืนนี้เปลี่ยนบรรยากาศกับที่พักสไตล์เต้นท์ ที่พันกอง


วันที่สิบ: ทะเลสาบพันกอง – เลห์ (140 ก.ม. / 4-5 ช.ม.)
ตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อมาเก็บความงามของพระอาทิตย์ขึ้นที่ทะเลสาบในตอนเช้า จากนั้นรับประทานอาหารเช้าเตรียมตัวเดินทางกลับสู่เมืองเลห์ ก่อนถึงเมืองเลห์ แวะชม วัดธิคเซย์ (Thiksey Monastery) สร้าในปี ค.ศ. 1430 ตัววัดตั้งอยู่บนเนินเขาทางตอนเหนือของแม่น้ำอินดัส อยู่ห่างออกไปจากทางตอนใต้ของเลห์ 18 กิโลเมตร จัดว่าเป็นวัดที่สวยที่สุดของลาดัคห์ และเป็นวัดของนิกายเกลุคปา ภายในประดิษฐานพระศรีอริยะเมตไตรย์ 
จากนั้นชมพระราชวังเชย์ (Shey Palace) สร้างโดยกษัตริย์ เดลดาล นัมเยล เมื่อต้นศตวรรษที่ 17 เพื่อเป็นการรำลึกถึงผู้เป็นพระบิดาเซงเจ นัมเกล กำแพงของพระราชวังนั้นถูกฉาบด้วยทองคำผสมทองแดงสร้างเพื่อเป็นพระราชวังฤดูร้อนของกษัตริย์แห่งลาดักห์ ภายในมีรูปปั้นของพระศรีศากยมุนีที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้
เดินทางถึงเลหาช่วงเย็นพักผ่อนและรับประทานอาหารค่ำ  (คืนนี้เตรียมตัวจัดกระเป๋าเพื่อเช็คเอ้าท์ตอนเช้าเดินทางสู่เมืองเดลลีและกลับเมืองไทย)
ค่ำคืนนี้พักที่เมืองเลห์


วันที่สิบเอ็ด: เลห์-เดลลี-กรุงเทพ
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมที่พัก ออกเดินทางจากเมืองเลห์สู่เมืองเดลลี เพื่อเดินทางกลับสู่ประเทศไทยในวันเดียวกัน โดยสวัสดิภาพ

 

ค่าใช้จ่าย : (สอบถามค่ะ)
ค่าใช้จ่ายรวม
• ค่าวิทยากร ตลอดการเดินทาง
• ค่าหัวหน้าทัวร์จากเมืองไทย และเอสคอร์ททิอินเดีย
• ค่าตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ ไป-กลับ (2 ขา) และภายในประเทศ( 2 ขา)
• ค่าโรงแรมที่พัก 3-4 ดาว พร้อมอาหารเช้า พักห้องละ 2 ท่าน 9 คืน
• ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง
• ค่าอาหารทุกมื้อ
• ค่ารถเดินทางภายในประเทศ คันละ 3 ท่าน (เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทาง และการถ่ายรูป)
ค่าใช้จ่ายไม่รวม
• ค่าธรรมเนียมวีซ่า
• ค่าทิปไกด์ และคนขับรถ (ไกด์วันละ 200 รูปี คนขับรถ วันละ 100 รูปี/ท่าน)
• ค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุในรายการ เช่นค่าโทรศัพท์ ค่าอาหาร ค่าซักรีด ค่าเครื่องดื่มนอกรายการ เป็นต้น
• ค่าจัดทำเอกสาร และค่าธรรมเนียมวีซ่าของคนต่างด้าว
• ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด
• ค่าภาษี มูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
• ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
การชำระค่าบริการ (ผู้ที่ชำระเงินมัดจำก่อนได้สิทธิ์ในการจัดที่นั่งก่อนตามลำดับ)
1. กรุณาชำระมัดจำการเดินทางท่านละ 20,000 บาท ณ วันที่จอง พร้อมส่งเอกสาร ให้บริษัทฯ
2. ชำระค่าใช้จ่ายในการเดินทางส่วนที่เหลือก่อนการเดินทางอย่างน้อยหนึ่งเดือน
การเตรียมตัวเดินทาง (ที่สำคัญ)
 กล้องถ่ายรูปคู่ใจ
 อุปกรณ์กันหนาว ครีมกันแดด แว่นกันแดด หมวก และรองเท้าที่สวมสบาย
 ยารักษาโรคประจำตัว
เงื่อนไขการยกเลิก
การยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วันคืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด หรือหักค่าใช้จ่ายบางส่วนที่ได้ชำระกับสายการบิน หรือค่ามัดต่างๆไม่ว่าโดยตรงหรือโดยผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศ ซึ่งไม่อาจขอคืนเงินได้
– การยกเลิกก่อนการเดินทาง 7-14 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50 % ของราคา หรือหักค่าใช้จ่ายบางส่วนที่ได้ชำระกับสายการบิน หรือค่ามัดจำต่างๆไม่ว่าโดยตรงหรือโดยผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศ ซึ่งไม่อาจขอคืนเงินได้
– การยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-6 วัน เก็บค่าบริการทั้งหมด 100 %
– ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย หรือเหตุการณ์ร้ายแรงที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเจ้าหน้าที่บริษัท เช่น สภาพอากาศ การนัดหยุดงาน การประท้วง การก่อจลาจล การเปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาในตารางบิน ภัยธรรมชาติ รวมทั้งกรณีที่สายการบินเกิดล่าช้าหรือขัดข้อง จนไม่อาจต่อเครื่องได้ทันตามกำหนดการเดิม ฯลฯ หรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทั้งทางตรงหรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า อุบัติเหตุ หรือปัญหาการจราจรต่างๆ รวมถึงการตอบปฏิเสธการเข้าและออกเมืองของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าหรือออกเมือง เนื่องจากเอกสารการเดินทางไม่ถูกต้อง หรือการถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ บริษัทจะพยายามแก้ไขสถานการณ์โดยคำนึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้เดินทางส่วนใหญ่ไว้ให้ได้มากที่สุด แต่ผู้เดินทางจะต้องออกค่าใช้จ่ายที่อาจมีเพิ่มเติมเองตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง และหากมีเหตุสุดวิสัยต้องลดรายการการเดินทาง บริษัทจะคืนค่าใช้จ่ายให้ตามที่ได้รับคืนจริง
– บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีผู้เดินทางต่ำกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 20 วันก่อนการเดินทาง
– เมื่อกรอกใบสมัครและชำระมัดจำแล้ว ถือว่ายอมรับเงื่อนไขการเดินทาง

Travel with Peaceful Mind

Line ID: chulamani2 . e-mail: chulamanitravel_9@hotmail.com