ID003 ตามรอยพระเจ้าอโศก นครกาลิงคะ 5 วัน 3 คืน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รายละเอียดการเดินทาง

วันแรกของการเดินทาง :  กรุงเทพฯ-กัลกัตต้า-ภูพเนศวร

 

00.30 น.   พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 6 เคาน์เตอร์ E  เจ้าหน้าที่ของบริษัท คอยอำนวยความสะดวก

02.05 น.   นำท่านเดินทางสู่เมืองกัลกัตต้า โดยสายการบิน อินดิโก้ แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 6E 78

03.10 น.   เดินทางถึงสนามบิน นานาชาติ เมืองกัลกัตต้า หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืิองและรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว นำท่านไปยังเคาน์เตอร์ภายในประเทศ สายการบินอินดิโก้ เพื่อเดินทางต่อไปยังเมือง ภูพเนศวร 

07.20 น.   ออกเดินทางสู่ เมืองภูพเนศวร โดยสายการบินอินดิโก้แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 6E 293

08.20 น.   เดินทางถึง สนามบินภูพเนศวร ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและรับสัมภาระ นำท่านเดินทางสู่ตัวเมืองภูพเนศวร ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐโอริสสา ซึ่งภาษาสันกฤตโบราณเรียกว่า ตรีภูวเนศวร ซึ่งแปลว่าผู้เป็นใหญ่ในสามโลก และเป็นเขตแคว้นกลิงคะในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ซึ่งถือว่าเป็นเมืองแห่งวัดที่มีประมาณ 500 กว่าวัด

จากนั้น... นำท่านชม ถ้ำขัณฑคีรี (KHANDHAGIRI CAVE) และถ้ำอุทัยคีรี (UDAYGIRI)  ซึ่งเจาะสกัดภูเขาหินเข้าไปเป็นกุฏิที่พำนักของนักบวชและศาสนสถานของศาสนาเชน ประดับด้วยลวดลายแกะสลักต่าง ๆ ทางศาสนาเชน อายุนับพันปี

นำชม เทวาลัยราชรานี (RAJARANI TEMPLE) สร้างขึ้นเพื่อบูชาพระศิวะ เทวาลัยโดดเด่นด้วยรูปแกสลักกามาสุตรา และรูปสลักนางอัปสรในอิริยาบทต่าง ๆ ตามลัทธิไศวนิกาย ซึ่งนับถือพระศิวะเป็นเทพสูงสุด เทวาลัยแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์ที่มีพระนามว่า ตรีภูวเนศวร หรือเทพเจ้าแห่งสามโลก ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเมืองหลวง ภูพเนศวร ในปัจจุบัน

นำชม เทวาลัยมุกเตศวร (MUKTESHWAR TEMPLE) สร้างขึ้ืนเพื่อบูชาพระศิวะ ได้รับการยกย่องว่าเป็นเพชรน้ำเอกทางด้านสถาปัตยกรรมของโอริสสา ซึ่งมีทั้งความงามทั้งฝีมือการแกะสลัก ขนาดกะทัดรัด และซุ้มประตที่ไม่เหมือนใคร (ห้องชั้นในสุดอนุญาตเฉพาะชาวฮินดูเท่านั้นที่เข้าไปกราบสักการะได้)

เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย    นำชม พิพิธภัณฑ์รัฐโอริสสา (ORISSA STATE MUSEUM)  เป็นสถานที่นำงานศิลปะโบราณทั้งของพุทธศาสนา ศาสนาเชน และศาสนาฮินดูจากโบราณสถานต่าง ๆ ทั่วรัฐโอริสสา

จากนั้น ...  นำท่านเยี่ยมชม เขาเดาลี หรือ เดาลีคีรี (DHAULI GIRI) ซึ่งเป็นสถานที่ที่สันนิษฐานว่า เป็นสมรภูมิที่ทำให้พระเจ้าอโศกมหาราชทรงตัดสินพระทัยเปลี่ยนศาสนาจากฮินดูมาเป็นพุทธ ภายหลังจากมหาสงครามกาลิงคะ ที่สร้างความสูญเสียแก่ชีวิตเหล่าทหารและราษฎรเป็นจำนวนมหาศาล โดยบริเวณเนินเขาเดาลีคีรีนั้น จะปรากฏภาพช้างหินแกะสลักที่ถือได้ว่าเป็นรูปแทนองค์พระพุุทธเจ้ารูปแรกของโลก พร้อมด้วยศิลาจารึกอักษรพรหมี ที่เป็นบัญญัติ 11 ประการ ของพระเจ้าอโศกมหาราช ซึ่งแตกต่างจากจารึกของพระเจ้าอโศกที่พบทั่วประเทศอินเดีย ซึ่งจะมีข้อบัญญัติทั้งสิ้น 14 ประการ ทั้งนี้ นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าเป็นเพราะ บัญญัติข้อที่ 11-13 เกี่ยวข้องกับความสูญเสียในมหาสงครากาลิงคะ

นำท่านขึ้นบนยอดเขาเดาลีคีรี เพื่อสักการะ และชม เจดีย์สันติภาพ หรือ ศานติสถูป (SHANTI STUPA) สร้างตรงฐานทัพของพระเจ้าอโศกมหาราช และจะได้มองเห็น สมรภูมิที่ทำสงครามกับชาวเมืองแคว้นกาลิงคะ ซึ่งสูญเสียทั้งกำลังพลและประชาชนจำนวนหลายแสนคน ทำให้พระเจ้าอโศกมหาราชเศร้าพระทัย และแสวงหาหนทางแห่งสันติที่จะไม่ทำลายล้างชีวิตมนุษย์และสัตว์ จนตัดสินพระทัยเปลี่ยนมานับถือพระพุทธศาสนา และทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ที่พัก   เมืองภูพเนศวร โรงแรม MAYFAIR CONVENTION CENTRE หรือเทียบเท่า

วันที่สองของการเดินทาง : ภูพเนศวร- ลลิตคีรี-อุทัยคีรี-รัตนคีรี (สามเหลี่ยมเพชรแห่งพระพุทธศาสนา)

 

เช้า   รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

08.00 น.   นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองคัตแทก (CUTTAK) เมืองใหญ่อันดับสอง รองจากเมืองภูพเนศวร เมืองอันได้รับสมญานามว่่า (สามเหลี่ยมเพชรแห่งดินแดนพระพุทธศาาสนาของรัฐโอริสสา" อันเนื่องมาจากเป็นสถานที่ั้งของพุทธสถานสำคัญ 3 แห่ง อันได้แก่ ลลิตคีรี อุทัยคีรี และรัตนคีรี (ระยะทางประมาณ 125 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ช.ม. 30 นาที) 

10.30 น.   เดินทางถึง หมู่บ้านลลิตคีรี ( LALITGIRI) นำท่านชมพุทธสถาน ที่ถือว่าเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่ง มีหลักฐานปรากฏตามบันทึกของพระถังซัมจั๋งได้กล่าวถึงพุทธสถานแห่งนี้ในนามของ "ปุษปคีรีมหาวิหาร" โดยระบุถึงสถูปองค์ใหญ่บนยอดเขาลลิตคีรี และพระวิหารอารามต่าง ๆ รวมไปถึงสถูปน้อยใหญ่ มากมาย ปัจจุบันพุทธสถานแห่งนี้ยังปรากฏร่องรอยสถูปและวิหารขนาดใหญ่ ตลอดจนพระพุทธรูปหินแกะสลัก พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร พระมัญชุศรีโพธิสัตว์ พระมัญชุศรี และเทพบริวารต่าง ๆ

จากนั้น... นำชม พิพิธภัณฑ์หมู่พุทธสถานแห่งลลิตคีรี ได้มีการจัดแสดงโบราณวัตถุฝีมืองดงามจำนวนมาก ได้แก่ พระพุทธรูปหินปางต่าง ๆ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรหินแกะสลัก โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อและนับถือในเรื่องพญานาคที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ดังที่ปรากฎพระพุทธรูปปางนาคปรก และโบราณวัตถุอื่น ๆ อีกมากมาย

เทียง   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย    นำท่านชม หมู่พุทธสถานแห่งอุทัยคีรี (UDAYAGIRI)  หรือ มัทวะปุระมหาวิหาร พุทธสถานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดใน รัฐโอริสสา ซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างในสมัยที่พระพุทธศาสนาในรัฐโอริสสามีความเจรีญสูงสุดในช่วงศตวรรษ ที่ 7-12 มีการขุดพบสถูปขนาดใหญ่ วิหาร 2 แห่ง รวมไปถึงศิลาจารึกหิน พระพุทธรูปจำนวนมาก และพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร หินแกะสลักที่บางส่วนยังคงถูกฝังอยู่ใต้ดิน ณ หมู่พุทธสถานแห่งอุทัยคีรี จะปรากฎอักษรพราหมีโบราณบริเวณพื้น ซึ่งศาสนาพุทธนิกายมหายานมีความเชื่อว่าเป็น "อักษรหรือภาษาของนาค" ที่ได้มีการทำพันธสัญญาร่วมกับพระพุทธศาสดาที่จะดูแลคุ้มครองพระพุทธองค์และพุทธสถาน

จากนั้น... นำท่านชม หมู่พุทธสถานรัตนคีรี ( RATNAGIRI)  เป็นโบราณสถานที่ถูกค้นพบภายหลัง ได้ปรากฏถึงซากปรักหักพังของวัดขนาดใหญ่ จำนวน 2 วัด และสถูปขนาดใหญ่ 1 อิงค์ ซึ่งสันนิษบานว่ามีความเกี่ยวข้องกับราชวงศ์คุปตะ ในสมัยพระเจ้านรสิงหะ คุปตะ พลทิตยะ (NARASIMHAGUPTA BALADITYA) ในสมัยศตวรรษที่ 6 (หรือประมาณ พุทธศตวรรษที่ 11) โดยมีการสันนิษฐานว่าพุทธสถานแห่งนี้ยังเป็นศูนย์กลางแห่งหนึ่งของศาสนาพุทธนิการตันตระยานกหรือวัชรยาน เนื่องจากสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ที่ถูกขุดพบอันประกอบไปด้วยซุ้มประตูแกะสลักที่มีความวิจิตรประณีต รวมไปถึงรูปหินแกะสลักในแบบวัชรยาน ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับศิลปะสถาปัตยกรรมของมหาวิทยาลัยนาลันทา มหวิหารในรัฐพิหาร

จากนั้น... นำท่านชม พิพิธภัณฑ์หมู่พุทธสถานแห่งรัตนคีรี ซึ่งจัดแสดงโบราณวัตถุที่ถูกขุดพบบริเวณหมู่พุทธสถาน แห่งลลิตคีรี ซึ่งจัดแสดงให้ผู้เข้าชมทั้งหมด 4 ห้อง โดยภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะปรากฎต้นแบบพระเครื่องทำจากสำริดที่ถ่ายทอดมาถึงยุคปัจจุบัน (พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพได้เนื่องจากเป็นสมบัติของประเทศอินเดีย )

จากนั้น..นำท่านชมโชว์พื้นเมืองสุดอลังการ ของนาฏศิลป์โอริสสาแท้ ๆ ที่นี่ที่เดียว

ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ที่พัก   เมืองรัตนคีรี HOTEL TOSHALI RATNAGIRI หรือเทียบเท่า

วันที่สามของการเดินทาง :  รัตนคีรี-โกนาร์ค (KONARK) -ภูพเนศวร

เช้า   รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้น...เดินทางสู่เมืองโกนาร์ค (KONARK) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง

 

 

เดินทางถึงเมืองโกนาร์ค นำท่านชม เทวสถานพระสุรียะเทพ (SUN TEMPLE) หรือเจดีย์ดำ ที่ถูกสร้างโดย พระบัญชาของกษัตริย์นรสิงหะเทวะที่ 1 แห่งราชวงศ์คงคาตะวันออก ในปีคริสต์ศักราช 1250 โดยใช้สถาปัตยกรรมแบบกาลิงคะดั้งเดิม เทวสถานแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อสักการะบูชาพระสุรียะหรือพระอาทิตย์ โดยจำลองรูปแบบของรถม้าท่ี่พระสุริยเทพขับเคลื่อนผ่นท้องฟ้า จึงมีการแกะสลักล้อหินขนาดยักษ์ที่ประณีตงดงามจำนวน 12 คู่ บริเวณด้านทิศเหนือและทิศใต้ ซึ่งสามารถใช้เป็นปฏิทินและนาฬิกาแดด สำหรับช่วงฤดูกาลและการนับเวลาในรูปแบบเดือน โดยหนึ่งวงล้อจะหมายถึงรายปักษ์หรือครึ่งเดือน รถม้าพระอาทิตย์นี้ลากโดยม้าแกะสลัก 7 คู่ ที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้า ซึ่งอยู่ใกลักับหอนาฏศิลป์ ที่สร้างไว้สำหรับจัดการฟ้อนรำบูชาพระสุริยะ บริเวณผนังของรากฐานเทวสถานยังปรากฏภาพหินแกะสลักลายกามาสุตราเป็นจำนวนมาก ส่วนทางด้านหน้าของหอนาฏศิลป์จะมีรูปแกะสลักสิงห์ผงาดเหนือรูปช้าง ที่แสดงถึงทัศนคติของผู้ออกแบบที่มีต่อศาสนาฮินดูและศาสนาพุทธ ซึ่งศาสนาฮินดูในยุคนั้นประสงค์จะให้ศาสนาฮินดูในแคว้นกาลิงคะ (แทนด้วยรูปสิงห์) กลับมาเรืองรองเหนือศาสนาพุทธ (รูปช้าง) อีกครั้ง

จากนั้น...นำท่านชม พิพิธภัณฑ์โกนาร์ค (KONARK MUSEUM) พิพิธภัณฑ์ของกรมศิลปากร ประเทศอินเดีย ที่รวบรวมโบราณวัตถ 260 ชิ้น อาทิเช่น พระสุริยเทพที่ทำจากหินทรายข รูปแกะสลักล้อหินรถศึก พระนารายณ์ ในอวตารปางต่าง ๆ และภาพแกสลักกามาสุตรา

เที่ยง    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย   นำท่านเดินทางสู่ เมืองภูพเนศวร ชมบรรยากาศวิถีชิวิตสองข้างทาง

จากนั้น...นำท่านช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองเพื่อเป็นของฝาก

ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ที่พัก   เมืองภูพเนศวร HOTEL MAYFAIR CONVETION หรือเทียบเท่า

วันที่สี่ของการเดินทาง : ภูพเนศวร-กัลกัตต้า-กรุงเทพ

เช้า   รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

07.00 น.   ออกเดินทางสู่สนามบินภูพเนศวร เพื่อเดินทางสุ่เมืองกัลกัตต้า

10.25 น.   นำท่านเดินทางสู่เมืองกัลกัตต้า โดยสายการบินอินดิโก้แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 6E511

11.20 น.   เดินทางถงสนามบินกัลกัตต้า พร้อมรับสัมภาระแล้เดินทางเข้าสู่ตัวเมืองกัลกัตต้า (KOLKATA) เมืองใหญ่อันดับสองของอินเดีย และเมืองหลวงของรัฐเบงกอลตะวันตก ที่พรั่งพร้อมไปด้วยสถาปัตยกรรมในยุคอาณานิคมอังกฤษและเป็นศนย์กลางทางวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวา ในอดีตกัลกัตต้าเคยเป็นเมืองหลวงหรือศูนย์การปกครองอินเดียยุคอาณานิคม ก่อนจะมีการย้ายเมืองหลวงไปยังกรุงเดลลี ในปี ค.ศ. 1911 หลังตรวจรับสัมภาระและเดินทางสู่ภัตตาคาร

เที่ยง   รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร

 

บ่าย   นำท่านชม (ด้านนอก) สถาปัตยกรรมอันงดงามของ VICTORIA MEMORIAL HALL อาคารหินอ่อนทั้งหลังสร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์แก่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ มียอดโดมใหญ่สูงถึง 56 เมตร ยอดโดมประดับด้วยรูปเทพีแห่งชัยชนะ สูงเกือบ 5 เมตร อาคารหลังนี้สร้างขึ้นระหว่าปี ค.ศ. 1906-1921 ร่วมยุคกับพระที่นั้่งอนันตสมาคมของไทย คือตรงกับช่วงสมัยปลายรัชกาลที่ 5 ถึงต้นรัชการที่ 6 ในปัจจุบัน ภายในใช้จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับยุคอาณานิคมอังกฤษ และประวัติศาสตร์ของเมืองกัลกัตต้า

จากนั้น..นำท่านอิสระช้อปปิ้งที่ ตลาดนิวมาเก็ต ที่มีลักษณะคล้ายกับตลาดนัดจตุจักรที่กรุงเทพ 

เย็น  รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังสนามบินเมืองกัลกัตต้า

20.40 น.   ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินแอร์อินดิโก้ เที่ยวบินที่ 6E 077

วันที่ห้าของการเดินทาง : สนามบินสุวรรณภูมิ

00.45 น.   เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

 

หมายเหตุ:

บริษัทอาจทำการเปลี่ยนแปลงรายการ ได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม แต่จะยึดผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพของสายการบิน โรงแรมที่พัก ภูมิอากาศ ภัยธรรมชาต การนัดหยุดงาน ฯลฯ ตลอดจนสภาวะทางเศรษฐกินและสถานการณ์ทางการเมืองภายใน อันเป็นสาเหตุให้ต้องเลื่อนการเดินทางหรือไม่สามารถจัดพาคณะท่องเที่ยวได้ตามรายการ

อัตราค่าบริการรวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ เส้นทาง กรุงเทพ-กัลกัตต้า-ภูพเนศวร/ภูพเนศวร-กัลกัตต้า-กรุงเทพฯ โดยสายการบินอินดิโก้ สัมภาระ 20 กม.
  • ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งและค่าประกันภัยสายการบิน
  • ค่าที่พักตามที่ระบุ พักห้องละ 2 ท่าน
  • รถปรับอากาศตลอดการเดินทาง
  • ค่าอาหารทุกมื้อตามรายการระบุ
  • ค่าเข้าชมทุกแห่งตามรายการระบุ
  • ค่าประกันภัยการเดินทาง วงเงิน 1,000,000 บาท (วงเงินรักษาพยาบาลไม่เกิน 500,000 บาท) เงื่อนไขตามกรมธรรม์
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับหนังสือเดินทางไทย

อัตราค่าบริการไม่รวม

  • ค่าทำหนังสือเดินทาง และค่าทำใบอนุญาตที่กลับเข้าประเทศของคนต่างชาติ หรือคนต่างด้าว
  • ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ นอกเหนือที่ระบุไว้ในรายการและค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่าง ๆ เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ฯลฯ
  • ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (ถ้ามี)
  • ค่าทำเอกสารผู้ถือต่างด้าว
  • ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%  ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% กรณีออกใบกำกับภาษี
  • ค่าน้ำหนักเกินพิกัดตามสายการบินกำหนด 20 กิโลกรัมต่อท่าน
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย พนักงานขับรถ และพนักงานบริการ วันลุ 5 USD. /วัน/ท่าน 

การชำระเงิน

ชำระครั้งแรก 10,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการมัดจำตั๋วเครื่องบิน – ที่พัก – อาหาร – รถบริการ ส่วนที่เหลือให้ชำระก่อนการเดินทาง 20 วัน

การทำวีซ่าเข้าอินเดีย และ เนปาล

  • หนังสือเดินทางที่ยังมีอายุใช้ได้จนถึงวันเดินทางไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
  • หนังสือเดินทางต้องมีหน้าว่าง สำหรับประทับตราเข้าออก อย่างน้อย 2 หน้าเต็ม
  • รูปถ่าย สำคัญมากๆ รูปถ่ายหน้าตรงรูปสี (ที่ไม่ใช่รูปถ่ายเล่น) และพื้นหลังต้องเป็นสีขาวเท่านั้น ขนาด 2 คูณ 2 นิ้ว เท่านั้นพื้นหลังสีขาว  จำนวน 4 รูป  ต้องเห็นใบหน้าชัดเจน และต้องไม่ใช่รูปปริ๊นซจากคอมพิวเตอร์  ,รูปใหม่ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน (ห้ามใส่เครื่องแบบราชการ และต้องเป็นรูปใหม่ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) 
  • สำเนาบัตรประชาชน,  สำเนาทะเบียนบ้าน 

 

***สำคัญมาก*** กรุณาระบุอาชีพ เช่น 

  •  ถ้าเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ให้ระบุตำแหน่ง,ชื่อ/ที่อยู่/เบอร์โทรศัพท์ของบริษัทฯที่ทำงานเป็นภาษาอังกฤษ 
  •  ถ้าเกษียณราชการแล้ว ให้ระบุชื่อหน่วยงานที่เคยสังกัด พร้อมที่อยู่ รหัสไปรษณีย์ หมายเลขโทรศัพท์ 
  •  ถ้าเป็นแม่บ้าน ให้แจ้งอาชีพและสถานที่ทำงานของสามี 
  •  ถ้าประกอบธุรกิจส่วนตัวให้เขียนแจ้งที่อยู่พร้อมชื่อสถานที่ประกอบการ 
  •  ถ้าเป็นนักเรียน/นักศึกษา ให้แจ้งชื่อสถานศึกษา 
  •  ถ้าเป็นเด็กเล็ก ให้แจ้งสถานที่ทำงานของบิดา-มารดา 
  • หากแต่งงานแล้ว กรุณาแจ้งชื่อ-นามสกุลและสถานที่เกิด (ระบุจังหวัด) ของคู่สมรส 
  • หากเป็นผู้หญิงกรุณาแจ้งนามสกุลเดิมก่อนแต่งงาน - กรณีคู่สมรสอย่าร้าง/เสียชีวิต ให้แจ้งว่าหย่าแล้ว หรือ เสียชีวิต 

 

***ผู้ที่ยังไม่มีหนังสือเดินทางต้องทำให้เสร็จก่อนวันเดินทางไม่ต่ำกว่า1 เดือน ส่วนพระภิกษุ - สามเณร จะต้อง ดำเนินการผ่าน ศ.ต.ภ.ให้เสร็จก่อนวันเดินทางไม่ต่ำกว่า.. 1 เดือน

สถานทูตอินเดียอาจปฏิเสธไม่รับทำวีซ่าให้ในกรณีดังนี้

1.ชื่อเป็นผู้ชาย แต่ส่งรูปถ่ายที่ดูเป็นหญิง เช่น ไว้ผมยาว หรือแต่งหน้าทาปาก 

2.นำรูปถ่ายเก่า ที่ถ่ายไว้เกินกว่า 6 เดือนมาใช้ 

3.นำรูปถ่ายที่มีวิวด้านหลัง ที่ถ่ายเล่น หรือรูปยืนเอียงข้าง มาตัดใช้เพื่อยื่นทำวีซ่า 

4.นำรูปถ่ายที่เป็นกระดาษถ่ายสติคเกอร์ หรือรูปที่พริ้นซ์จากคอมพิวเตอร์ 

ของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นในการเดินทาง

กระเป๋าเดินทางหนักไม่เกิน 20 ก.ก.และกระเป๋าถือ 1 ใบ 

เครื่องแต่งกายสุภาพควรเตรียมให้พอและ ชุดขาวสำหรับเข้านมัสการสังเวชนียสถาน 

ยารักษาโรคประจำตัว (กรณีมีโรคประจำตัว) 

ของใช้ที่จำเป็นสบู่-ยาสีฟัน-ไฟฉาย 

ของใช้อื่นๆ ที่จำเป็น 

หมายเหตุ

1.บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางล่วงหน้า 14 วัน กรณีไม่สามารถจัดกรุ๊ปได้ 15 ท่านหรือจัดกรุ๊ปโดยไม่มีหัวหน้าทัวร์

2.กรณีกรุ๊ปยกเลิก บริษัทฯยินดีคืนค่าทัวร์ให้ทั้งหมดยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าที่ได้ชำระทางสถานฑูตแล้ว 

3.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้ และจะไม่รับผิดชอบใด ๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสีย หรือได้รับบาดเจ็บที่นอกเหนือความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์และอุบัติเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น การนัดหยุดงาน,ภัยธรรมชาติ ,การจราจลต่าง ๆ เป็นต้น

4.บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมดกรณีท่านยกเลิกการเดินทางและมีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่บริษัทฯกำหนดไว้ เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อบริษัทและผู้เดินทางอื่นที่เดินทางในคณะเดียวกัน บริษัทต้องนำไปชำระค่าเสียหายต่าง ๆ อันเกิดขึ้นเนื่องจากการยกเลิก

5.กรณีเจ็บป่วย จนไม่สามารถเดินทางได้ จะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาบรับรอง ทางบริษัท จะทำการเลื่อนการเดินทางของท่านไปยังคณะต่อไป แต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนที่ไม่สามารถเรียกคืนด้า คือค่าธรรมเนียมในการมัดจำตั๋วและค่าธรรมเนียมวีซ่าตามที่สถานฑูตฯเรียกเก็บ ในกรณีที่ไม่สามารถเดินทางได้