ID001 ทัวร์อินเดีย - เนปาล สังเวชนียสถาน 4 ตำบล (TG)

ID001 ทัวร์อินเดีย - เนปาล สังเวชนียสถาน 4 ตำบล (การบินไทย)

พุทธคยา - ราชคฤห์ - ปัตนะ - กุสินารา - มกุฏพันธเจดีย์ - ลุมพินี - มายาเทวีวิหาร - สาวัตถี วัดเชตะวัน - พาราณสี ล่องเรือแม่น้ำคงคา - สารนาถ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน

(มีพระวิทยากรบรรยายและนำสวดมนต์นั่งสมาธิตลอดทริป)

                         

 *** พิเศษ ผ้าไตรพระพุทธเมตตา และพระปางปรินิพพาน เมืองกุสินาราให้คณะร่วมถวายด้วยกัน***

*** พิเศษ ผ้ารองนั่ง , หนังสือสวดมนต์ ฉบับตามรอยพระศาสดา อินเดีย-เนปาล พร้อมถุงผ้าใส่ , อาหารว่างตลอดการเดินทาง ***

 

วันเดินทาง เส้นทาง เที่ยวบิน เวลาออก เวลาถึง
วันที่ 1 วันเดินทางไป กรุงเทพฯ - พุทธคยา TG327 12.10 น. 14.00 น.
วันที่ 7 วันเดินทางกลับ พาราณสี - กรุงเทพฯ TG328 16.20 น. 21.15 น.

 

โปรแกรมการเดินทาง

วันแรก : กรุงเทพฯ - พุทธคยา พระมหาเจดีย์พุทธคยา ต้นพระศรีมหาโพธิ์ พระพุทธเมตตา

09.30 น.   พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 2 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย เจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก (แนะนำให้โหลดของที่ไม่จำเป็นลงใต้ท้องเครื่อง เพราะเจ้าหน้าที่อินเดียตรวจค่อนข้างละเอียดและเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาในการต่อเครื่อง แนะนำให้ถือเฉพาะกระเป๋าถือและของมีค่าขึ้นเครื่องเท่านั้น ถือได้คนละ 1 ใบ บนเครื่องมีอาหารบริการ ท่านใดที่ทานมังสวิรัติกรุณาแจ้งก่อนเดินทาง)

12.10 น.   ออกเดินทางสู เมืองพุทธคยา โดยสายการบินไทย THAI AIRWAYS  เที่ยวบินที่ TG327

๑๔.๕๐ น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานเมืองคยา ประเทศอินเดีย (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชั่วโมง) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร แล้วพาท่านพบกับมัคคุเทศก์ท้องถิ่นที่คอยต้อนรับ
  บ่าย  เริ่มต้นการจาริกแสวงบุญสังเวชนียสถานทั้งสี่แห่ง แห่งที่ ๑ พุทธคยา สถานที่เชื่อกันว่าเป็นที่ตรัสรู้ของ พระพุทธเจ้า ซึ่งค้นพบโดยนักโบราณคดีชาวอังกฤษ ชื่อ เซอร์ อเลกซานเดอร์ คันนิงแฮม เมื่อร้อยกว่าปีก่อนแล้วนำท่านนมัสการสถูปพุทธคยา ทรงศิขระที่ได้รับการบูรณะใหม่ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป “พระพุทธเมตตา”ปางมารวิชัย แล้วนำนมัสการต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่ได้นำพันธุ์มาปลูกตรงที่เชื่อกันว่าเป็นจุดที่พระพุทธเจ้า  ประทับนั่งบำเพ็ญเพียรจนตรัสรู้สมโพธิญาณ แล้วนำชมสัตตมหาสถาน สถานที่พระพุทธเจ้าเสวยวิมุติสุขหลังจากตรัสรู้แล้วเจ็ดแห่ง แห่งละสัปดาห์รอบๆพุทธคยาเพื่อทบทวนความรู้ก่อนที่จะเสด็จออกสั่งสอนผู้คน อันประกอบไปด้วย

 สัปดาห์ที่ ๑:   เสด็จประทับบนพระแท่นวัชรอาสน์ ใต้ต้นศรีมหาโพธิ์ พร้อมเสวยวิมุตติสุขตลอด ๗ วัน
 สัปดาห์ที่ ๒ : เสด็จประทับ ณ อนิมิสเจดีย์ ทรงยืนจ้องพระเนตรดูต้นศรีมหาโพธิ์ โดยมิได้กระพริบพระเนตรตลอด ๗ วัน
 สัปดาห์ที่ ๓ : เสด็จประทับ ณ รัตนจงกรมเจดีย์ ทรงนิมิตจงกรมขึ้น แล้วเสด็จจงกรมเป็นเวลา ๗ วัน
 สัปดาห์ที่ ๔ : เสด็จประทับ ณ รัตนฆรเจดีย์ โดยเสด็จไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของต้นศรีมหาโพธิ์ และประทับนั่งขัดสมาธิในเรือนแก้ว   ซึ่งเทวดานิรมิตถวาย ทรงพิจารณาพระอภิธรรม๗ วัน
 สัปดาห์ที่ ๕ : เสด็จไปประทับนั่งขัดสมาธิใต้ต้นไทร อชปาลนิโครธ ซึ่งเป็นที่พักของคนเลี้ยงแกะ ทรงถูกธิดาทั้งสามของพญามารวัสตีใช้กิริยาอิตถีสตรียั่วพระพุทธองค์ให้หลงแต่ไม่สำเร็จ และทรงขับไล่ธิดาทั้งสามออกไปเสีย
 สัปดาห์ที่ ๖ : เสด็จไปประทับนั่งขัดสมาธิใต้ต้นจิก มุจลินทร์ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของต้นศรีมหาโพธิ์ ตอนนั้นเกิดฝนตกลงมาเป็นเวลา ๗ วันพญานาคตนหนึ่งมีนามว่า “พญามุจลินท์นาคราช” เกิดความเลื่อมใสจึงได้แผ่พังพานป้องพระพุทธเจ้าเป็นเวลา ๗ วันเมื่อฝนหยุดตก พญานาคก็คลายขนดจำแลงกายเป็นมานพ เข้าไปถวายอัญชลีเฉพาะพระพักตร์และจากไป
 สัปดาห์ที่ ๗ : เสด็จไปประทับใต้ต้นเกด ราชายตนะ ประทับนั่งเสวยวิมุติสุขตลอด ๗วัน

จากนั้น นำท่านชมศิลปะอินเดียสมัยพระเจ้าอโศกอายุกว่า ๒,๒๐๐ ปี ชม เสาพระเจ้าอโศก ที่ทรงให้สร้างเพื่อประกาศศาสนาและถวายเป็นพุทธบูชาแก่สังเวชนียสถาน ชมประตูโทรณะที่สลัก เรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ แล้วชมสถูปและภาพสลักอดีตพระพุทธเจ้าศิลปะสมัยปาละอายุราว ๑,๒๐๐ ปี สมัยปาละเป็นช่วงที่พุทธศาสนารุ่งเรืองแผ่ขยายอยู่ในอินเดียภาคเหนือโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่มหาวิทยาลัยนาลันทา รัฐพิหารตามหลักฐานการบันทึกจดหมายเหตุการณ์เดินทางมาสืบทอดพุทธศาสนาของหลวงจีนเหี้ยนจัง(พระถังซัมจั๋ง) และหลวงจีนอี้จิง จากประเทศจีน”    
ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ที โรงแรม
ที่พัก  เมืองพุทธคยา :   HOTEL ANANDA  หรือเทียบเท่า

วันที่สอง :  พุทธคยา - ราชคฤห์ เขาคิชฌกูฏ วัดเวฬุวัน - นาลันทา หลวงพ่อองค์ดำ - ปัตนะ

เช้า   บริการอาหารเช้าที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองราชคฤห์ นครหลวงแห่งแคว้นมคธ นำท่านเดินขึ้น เขาคิชฌกูฏ หนึ่งในเบญจคีรี ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม นมัสการ ถ้ำพระโมคคัลลา , ถ้ำพระสารีบุต สถานที่พระสารีบุตรสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ชมกุฏิของพระอานนท์ นมัสการมูลคันธกุฎี สถานที่ประทับของพระพุทธเจ้า ไหว้พระสวดมนต์ที่ยอดเขาคิชฌกูฎ จากนั้น นำท่าน่ชม วัดชีวกกัมพวัน โรงพยาบาลสงฆ์แห่งแรกของโลกและนำท่านเดินทางสู่ วัดเวฬุวนารามมหาสังฆยิกาวาส (วัดเวฬุวัน) วัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนาและเป็นสถานที่แสดงโอวาทปาฏิโมกข์แก่พระอริยสงฆ์ 1250 รูป มีสถูปที่บรรจุพระอัฐิธาตุของพระโมคคัลลานะและพระอัญญาโกณฑัญญะ

เที่ยง   บริการอาหารกลางวันที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านชม มหาวิทยาลัยนาลันทา มหาวิทยาลัยที่ใหญที่สุดในโลก เป็นศูนย์กลางการศึกษาในสมัยพุทธกาล ต่อมาในปีพ.ศ. 1742 กองทัพมุสลิมเติรกส์ได้ยกทัพมารุกรานรบชนะกษัตริย์แห่งชมพูทวีปฝ่ายเหนือ กองทัพมุสลิมเตริกส์ได้เผาทำลายวัดและปูชนียสถานในพุทธศาสนาลงแทบทั้งหมด และสังหารผู้ที่ไม่ยอมเปลี่ยนศาสนา นาลันทามหาวิหารก็ถูกเผาทำลายลงในช่วงระยะเวลานั้น ว่ากันว่าไฟที่ลุกโชนเผานาลันทานานถึง 3 เดือนกว่าจะเผานาลันทาได้หมด จากนั้นนำท่านเดินทางไปนมัสการ หลวงพ่อองค์ดำ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่สร้างด้วยหินแกรนิตสีดำซึ่งสร้างรุ่นราวคราวเดียวกับพระพุทธเมตตา จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองปัตนะ

เย็น   เดินทางถึงเมืองปัตนะ (Patna) ในอดีตมีชื่อเรียกว่า เช่น ปัตนะ ปาฏลีบุตร มคธ ปัจจุบันเป็นเมืองหลวงของแคว้นพิหาร ในอดีตเมืองนี้เคยเป็นสถานที่สังคายนาพระธรรมวินัยครั้งที่สาม ณ อโศการาม และที่นี้ยังเป็นสถานที่ที่เผยแพร่พุทธศาสนาไปทั่วอินเดียในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช นำท่านเดินทางเข้าที่พัก และพักผ่อนอิริยาบท

ที่พัก   เมืองปัตนะ HOTEL PATANA CONTINENTAL  หรือเทียบเท่า

วันที่สาม : ปัตนะ - กุสินารา สังเวชนียสถานกุสินารา มกุฏพันธเจดีย์

เช้า   บริการอาหารเช้าที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองกุสินารา เป็นที่ตั้งของสังเวชนียสถานแห่งที่ 4 ดินแดนแห่งพุทธปรินิพพาน มหานครแห่งแคว้นมัลละ

เที่ยง   บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านสวดมนต์ นั่งสมาธิ ที่ มหาปรินิพพานสถูป กุสินารา สถานที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานภายใต้ต้นสาละคู่ เป็นพุทธสถานที่พระพุทธเจ้าประทานการบวชให้สาวกองค์สุดท้าย เป็นที่ตรัสเทศนาปัจฉิมโอวาทสุดยอดแห่งพระธรรมคำสอนคือความไม่ประมาท นำท่านนมัสการ พุทธวิหารปรินิพพาน ซึ่งภายในพระวิหารเป็นปฏิมากรรมพระพุทธไสยาสน์ปางปรินิพพาน เหมือนกับได้กราบนมัสการพระบรมศพของพระพุทธเจ้าจริง ๆ ชม พรามณ์เจดีย์ ซึ่งเป็นสถานที่แจกพระบรมสารีริกธาตุ และนมัสการ มกุฏพันธเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ

เย็น   บริการอาหารเย็นที่โรงแรม หลังอาหารพักผ่อนกันตามอัธยาศัย 

ที่พัก  เมืองกุสินารา HOTEL ROYAL RESIDENCY  หรือเทียบเท่า

วันที่สี่ : กุสินารา - ลุมพินี เนปาล สังเวชนียสถานลุมพินี 

เช้า   บริการอาหารเช้าที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองลุมพินี ในเขตประเทศเนปาล ผ่าน เมืองโครักข์ปูร์ เมืองพรมแดนของอินเดียเข้าสู่ เมืองสิทธารัตถะ ของเนปาล สถานที่ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับกรุงเทวทหะ

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 

เย็น  เดินทางถึง พรมแดนอินเดีย - เนปาล ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเดินทางสู่ เมืองสิทธารัตถะ จากนั้นนำท่านชม มหาสังฆารามอนุสรณ์ ลุมพินี พุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญ 1 ใน 4 สังเวชนียสถาน เป็นสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะผู้ซึ่งต่อมาตรัสรู้เป็นพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า นำท่านสวดมนต์ นั่งสมาธิ ที่มหาสังฆารามอนุสรณ์ลุมพินี ชม มายาเทวีวิหาร ภายในมีรูปพระนางสิริมหามายาเทวี แกะสลักด้วยหินเป็นรูปพระพุทธมารดายืนประทับเหนี่ยวกิ่งสาละอยู่พร้อมกับพระสนมและข้างหน้าเป็นรูปเจ้าฟ้าชายสิทธัตถะกุมารกำลังก้าวพระบาทไปบนดอกบัว ชม สระสรงสนานธารโบกขรณี ชมวัตถุสถานเสนาสนะสงฆ์และเจดีย์ สถานที่ผู้เลื่อมใสศรัทธาได้สร้างไว้เป็นพุทธบูชาตลอดมาไม่ขาดสายตั้งโบราณ ชม เสาอโศก ที่จารึก อักษรพรามณ์โบราณไว้ และนำท่านชม วัดไทยลุมพินี ซึ่งมีพระไทยจำพรรษาอยู่

เย็น   บริการอาหารเย็นที่โรงแรม

ที่พัก  เมืองลุมพินี HOTEL RED SUN  หรือเทียบเท่า

วันที่ห้า : ลุมพินี - เมืองสาวัตถี บ้านอนาถบิณฑิกเศรษฐี

เช้า   บริการอาหารเช้าที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองสาวัตถี ในสมัยพุทธกาลเป็นเมืองหลวงของแคว้นโกศล 1 ใน 16 แคว้น เป็นเมืองที่ใหญ่พอกับเมืองราชคฤห์และพาราณสี เป็นเมืองศูนย์กลางการค้าขายและเป็นเมืองที่พระพุทธเจ้าประทับนานที่สุดถึง 25 พรรษา รวมทั้งเป็นเมืองที่พระพุทธศาสนามั่นคงที่สุด ปัจจุบันเมืองนี้เหลือเพียงซากโบราณสถาน ชมวิถีชีวิตชนบทของประเทศอินเดียระหว่างเดินทาง

เที่ยง   บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร ระหว่างทาง หลังอาหารนำท่านชมสถานที่สำคัญอื่น ๆ เช่น บ้านอนาถบิณฑิกเศรษฐี, บ้านบิดาขององคุลีมา, เนินดินที่พระพุทธเจ้าแสดงยมกปาฏิหาริย์ จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก

ที่พัก   เมืองสาวัตถี HOTEL PAWAN หรือเทียบเท่า

วันที่หก : สาวัตถี วัดเชตวัน - เมืองพาราณสี

เช้า   บริการอาหารเช้าที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านกราบนมัสการพระพุทธเจ้าที่ วัดเชตวัน เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดและเป็นวัดที่พระพุทธเจ้ารวมทั้งพระอรหันต์ได้จำพรรษาอยู่นานที่สุดถึง 19 พรรษา สร้างโดยอนาถบิณฑิกมหาเศรษฐี กล่าวกันว่าต้องขนเงินมาปูพื้นที่ให้เต็มสวนจึงจะซื่้อที่ดินมาสร้างวัดถวายแด่พระพุทธเจ้าได้ นำท่านนมัสการ กุฎิพระพุทธเจ้า กุฏิพระโมคคัลลา กุฏิพระสารีบุตร กุฏิพระอานนท์ และสถูปที่บรรจุสารีริกธาตุของพระอรหันต์ 

เที่ยง   บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองพาราณสี ดินแดนแห่งการแสวงบุญชำระบาป มรดกโลกที่มีชีวิตสี่พันปีของอินเดียและเป็นเมืองหลวงแคว้นกาสี มีแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ไหลผ่าน จัดเป็นเมืองสุทธาวาสที่สถิตแห่งศิวเทพและถือว่าเป็นเมืองอมตะของอินเดีย เป็นที่แสวงบุญทั้งชาวฮินดู และชาวพุทธทั่วโลก 

ค่ำ   เดินทางถึงเมืองพาราณสี นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ให้ท่านได้พักผ่อนอิริยาบท และรับประทานอาหารค่ำ ที่โรงแรม

ที่พัก   เมืองพาราณสี HOTEL CLARK หรือเทียบเท่า

วันที่เจ็ด : เมืองพาราณสี ล่องเรือแม่น้ำคงคา- ธรรมเมกสถูป สารนาท - กรุงเทพฯ

05.00 น.  นำท่าน ล่องเรือแม่น้ำคงคา ซึ่งชาวฮินดูเชื่อถือว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลมาจากมวยผมของพระศิวะ ให้ทุกท่านได้ ลอยกระทง ด้วยกัน 

เช้า   รับประทานอาหารเช้า ณโรงแรมที่พัก หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองสารนาถ นำท่านสวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิ ที่ธัมเมกสถูป ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เป็นพุทธสังเวชนียสถานแห่งที่ 3 สถานที่แสดงปฐมเทศนาธรรมจักกัปปวัตนสูตร โปรดปัญจะวัคคีย์ทั้งห้า ในสมัยพุทธกาลเป็นสถานที่สงบและเป็นที่ชุมนุมของเหล่ฤษี นักบวชและนักพรตต่าง ๆ ที่มาบำเพ็ญตบะและโยคะเพื่อเข้าถึงพรหมัน (ตามความเชื่อของพราหมณ์) นำท่านชม มูลคันธกุฏิ สถานที่พระพุทธเจ้าประทับจำพรรษาแรกและพรรษที่ 12 ชม สถูปเจาคันธี ซึ่งสร้างเป็นธรรมราชิกสถูปเป็นสถูปที่เคยเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุมาก่อน

เที่ยง   บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ สนามบินเมืองพาราณสี

16.30 น. ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบิน THAI AIRWAYS เทียวบินที่ TG328

21.15 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ และ อิ่มบุญ

 

 

อัตราค่าบริการรวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินการบินไทย ไป- กลับ กรุงเทพ-คยา- กรุงเทพ รวมค่าวีซ่าเข้าอินเดีย และเนปาล
  • ค่าที่พัก 6 คืน (พักห้องละ 2 ท่าน)
  • ค่าอาหารทุกมื้อพร้อมอาหารว่างและเครื่องดื่ม (ตามระบุในรายการ) 
  • ค่ารถปรับอากาศนำเที่ยวตลอดรายการในประเทศอินเดีย และเนปาล –ขนสัมภาระ – ค่าเยี่ยมชม สถานที่ทุกแห่ง ตามรายการ
  • ค่าประกันอุบัติเหตุ วงเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท/ท่าน
  • ค่าภาษีสนามบินไทย + ค่าภาษีสนามบินอินเดีย
  • ค่าวีซ่าและค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ
  • ค่าทิปบริการยกกระเป๋าของทุกโรงแรม
  • ค่ามัคคุเทศก์ และพระวิทยากร

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม

  • ค่าทำหนังสือเดินทาง,อาหารที่ท่านสั่งเอง,ปัจจัยบำรุงวัด,ค่าใช้จ่ายส่วนตัว
  • ค่าทิปไกด์  หัวหน้าทัวร์ และคนขับรถ
  • ค่าทิปบริการยกกระเป๋าของทุกโรงแรม
  • ค่าน้ำหนักเกินพิกัดตามสายการบินกำหนด ๒๐ กิโลกรัม

สิ่งที่ควรนำติดตัว:   กล้องถ่ายรูป, ของใช้ส่วนตัว,ยารักษาโรคประจำตัว,รองเท้าสวมใส่สบาย,เสื้อกันหนาว

การสำรองที่นั่ง

1. วางมัดจำท่านละ 10,000 บาทโดยผ่านบัญชี (ในวันที่ทำการจอง) พร้อมส่งก้อปปี้หน้าพาสปอร์ต และใบโอนเงินและระบุโปรแกรมทัวร์ที่จะเดินทาง

2. ส่วนที่เหลือชำระก่อนการเดินทางอย่างน้อย 20 วัน มิฉะนั้นทางบริษัฯ จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่ามัดจำทั้งหมด

การทำวีซ่าเข้าอินเดีย และ เนปาล

  • หนังสือเดินทางที่ยังมีอายุใช้ได้จนถึงวันเดินทางไม่ต่ำกว่า ๖ เดือน
  • หนังสือเดินทางต้องมีหน้าว่าง สำหรับประทับตราเข้าออก อย่างน้อย ๒ หน้าเต็ม
  • รูปถ่าย สำคัญมากๆ รูปถ่ายหน้าตรงรูปสี (ที่ไม่ใช่รูปถ่ายเล่น) และพื้นหลังต้องเป็นสีขาวเท่านั้น ขนาด ๒ คูณ ๒ นิ้ว เท่านั้น จำนวน ๔ ใบ  ต้องเห็นใบหน้าชัดเจน และต้องไม่ใช่รูปปริ๊นซจากคอมพิวเตอร์  ,รูปใหม่ถ่ายไม่เกิน ๖ เดือน  
  • สำเนาบัตรประชาชน,  สำเนาทะเบียนบ้าน
  • การยื่นวีซ่าประเทศอินเดีย ใช้ระยะเวลาประมาณ  7-10 วันทำการ (ไม่นับรวม วันเสาร์, อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
  • ในปัจจุบ้น การขอยื่นวีซ่าประเทศอินเดีย ผู้เดินทางทุกท่านต้องมา สแกนลายนิ้วมือ ด้วยตนเอง ณ ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าประเทศอินเดีย ตั้งอยู่ที่ อาคาร 253 อโศก ชั้น 22 ถนนสุขุมวิทซอย 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 (อยู่เยื้อง รพ.จักษุรัตนิน) โทร. 02-664-1200 

***สำคัญมาก*** กรุณาระบุอาชีพ เช่น 

  •  ถ้าเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ให้ระบุตำแหน่ง,ชื่อ/ที่อยู่/เบอร์โทรศัพท์ของบริษัทฯที่ทำงานเป็นภาษาอังกฤษ 
  •  ถ้าเกษียณราชการแล้ว ให้ระบุชื่อหน่วยงานที่เคยสังกัด พร้อมที่อยู่ รหัสไปรษณีย์ หมายเลขโทรศัพท์ 
  •  ถ้าเป็นแม่บ้าน ให้แจ้งอาชีพและสถานที่ทำงานของสามี 
  •  ถ้าประกอบธุรกิจส่วนตัวให้เขียนแจ้งที่อยู่พร้อมชื่อสถานที่ประกอบการ 
  •  ถ้าเป็นนักเรียน/นักศึกษา ให้แจ้งชื่อสถานศึกษา 
  •  ถ้าเป็นเด็กเล็ก ให้แจ้งสถานที่ทำงานของบิดา-มารดา 
  • หากแต่งงานแล้ว กรุณาแจ้งชื่อ-นามสกุลและสถานที่เกิด (ระบุจังหวัด) ของคู่สมรส 
  • หากเป็นผู้หญิงกรุณาแจ้งนามสกุลเดิมก่อนแต่งงาน - กรณีคู่สมรสอย่าร้าง/เสียชีวิต ให้แจ้งว่าหย่าแล้ว หรือ เสียชีวิต 

 

***ผู้ที่ยังไม่มีหนังสือเดินทางต้องทำให้เสร็จก่อนวันเดินทางไม่ต่ำกว่า1 เดือน ส่วนพระภิกษุ - สามเณร จะต้อง ดำเนินการผ่าน ศ.ต.ภ.ให้เสร็จก่อนวันเดินทางไม่ต่ำกว่า.. 1 เดือน

สถานทูตอินเดียอาจปฏิเสธไม่รับทำวีซ่าให้ในกรณีดังนี้

  • ชื่อเป็นผู้ชาย แต่ส่งรูปถ่ายที่ดูเป็นหญิง เช่น ไว้ผมยาว หรือแต่งหน้าทาปาก 
  • นำรูปถ่ายเก่า ที่ถ่ายไว้เกินกว่า 6 เดือนมาใช้ 
  • นำรูปถ่ายที่มีวิวด้านหลัง ที่ถ่ายเล่น หรือรูปยืนเอียงข้าง มาตัดใช้เพื่อยื่นทำวีซ่า 
  • นำรูปถ่ายที่เป็นกระดาษถ่ายสติคเกอร์ หรือรูปที่พริ้นซ์จากคอมพิวเตอร์ 

ของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นในการเดินทาง

กระเป๋าเดินทางหนักไม่เกิน 20 ก.ก.และกระเป๋าถือ 1 ใบ 

เครื่องแต่งกายสุภาพควรเตรียมให้พอสำหรับเข้านมัสการสังเวชนียสถาน

ยารักษาโรคประจำตัว (กรณีมีโรคประจำตัว) 

ของใช้ที่จำเป็นสบู่-ยาสีฟัน-ไฟฉาย 

ของใช้อื่นๆ ที่จำเป็น 

หมายเหตุ

บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางล่วงหน้า ๑๔ วัน กรณีไม่สามารถจัดกรุ๊ปได้ ๑๕ ท่านหรือจัดกรุ๊ปโดยไม่มีหัวหน้าทัวร์

กรณีกรุ๊ปยกเลิก บริษัทฯยินดีคืนค่าทัวร์ให้ทั้งหมดยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าที่ได้ชำระทางสถานฑูตแล้ว 

บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้ และจะไม่รับผิดชอบใด ๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสีย หรือได้รับบาดเจ็บที่นอกเหนือความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์และอุบัติเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น การนัดหยุดงาน,ภัยธรรมชาติ ,การจราจลต่าง ๆ เป็นต้น

บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมดกรณีท่านยกเลิกการเดินทางและมีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่บริษัทฯกำหนดไว้ เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อบริษัทและผู้เดินทางอื่นที่เดินทางในคณะเดียวกัน บริษัทต้องนำไปชำระค่าเสียหายต่าง ๆ อันเกิดขึ้นเนื่องจากการยกเลิก

กรณีเจ็บป่วย จนไม่สามารถเดินทางได้ จะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาบรับรอง ทางบริษัท จะทำการเลื่อนการเดินทางของท่านไปยังคณะต่อไป แต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนที่ไม่สามารถเรียกคืนด้า คือค่าธรรมเนียมในการมัดจำตั๋วและค่าธรรมเนียมวีซ่าตามที่สถานฑูตฯเรียกเก็บ ในกรณีที่ไม่สามารถเดินทางได้