ฺBT004 ภูฏาน เจาะลึก 8 วัน 7 คืน Mindful Living in Bhutan

BT004 Mindful Living in Bhutan

ภูฏาน 8 วัน 7 คืน

ให้คุณได้สัมผัสความงามอันพิสุทธิ์ของธรรมชาติและวัฒนธรรมที่เป็นหนึ่งเดียวของประเทศภูฏาน ดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า ที่ประชาชนทั้งประเทศขอเลือกและให้ความสำคัญของดัชนีความสุขมวลรวม มากกว่าเรื่องเศรษฐกิจ

พิเศษ : สวมใส่ชุดประชาติภูฏานดินเนอร์ และชมการแสดงวัฒนธรรม (เฉพาะคณะ 10 ท่านขึ้นไป)

         

 

 

 

 

 

เจาะลึกภูฏาน  8 วัน  7   คืน

เยี่ยมชมเมือง : ทิมพู – พูนาคา – วังดี – ทรองซา – ผอบจิกะ – บุมทัง

โดยสายการบินดรุ๊กแอร์

รายละเอียดการเดินทาง                                     

วันแรกกรุงเทพฯ-พาโร-ทิมพู

04.30น.  คณะพร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผ่านการตรวจเอกสารและสัมภาระ ที่ชั้น 4 เคาน์เตอร์ W ประตู 10สายการบินดรุ๊กแอร์ (DRUK AIR) สายการบินแห่งชาติภูฏานเจ้าหน้าที่จากจุฬามณีคอยต้อนรับอำนวยความสะดวกทุกท่าน

06.50น.  เดินทางสู่ภูฏาน โดยสายการบินดรุ๊กแอร์KB 141 บริการอาหารเช้าและเครื่องดื่ม โดยเครื่องจะแวะจอดที่เมืองกัลกัตต้าประมาณ 40 นาที

10.15น.  เดินทางถึงสนามบินพาโร หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว(เวลาท้องถิ่นภูฏานช้ากว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) มัคคุเทศก์ท้องถิ่นคอยต้อนรับท่าน

จากนั้น...เดินทางสู่เมืองทิมพู ราชธานีแห่งภูฏาน ระยะทาง 65 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ถึงเมืองทิมพูนครหลวงของภูฏานที่ระดับความสูง 2,350 เมตรจากระดับน้ำทะเล (ดอยอินทนนท์2,565 เมตร) ระหว่างทางท่านจะได้ชมทิวทัศน์ และภาพบ้านเรือนในแบบภูฏาน  ที่สร้างลดหลั่นตามเชิงเขา มีแม่น้ำทิมพูไหลพาดผ่าน ระหว่างทางแวะถ่ายรูปวัดตัมโช (Tamchoe Monastery)  ซึ่งมีสะพานเหล็กทอดไปอีกฝั่ง เป็นวัดที่สร้างโดยพระที่เดินทางมาจากทิเบตต้องการมาหาแร่เหล็ก และท่านคิดค้นการทำโซ่เหล็กเป็นครั้งแรก ซึ่งท่านจะได้ชมในพิพิธภัณฑ์ที่พาโรด้วย จากนั้นแวะที่จุดแม่น้ำสองสายมาบรรจบกัน และชม 3 รูปแบบของสถูปที่สร้างในดินแดนเทือกเขาหิมาลัย (ในบริเวณเดียวกันยังมีเส้นทางที่ตัดไปยังประเทศอินเดียที่ด่านพุนโชลิง ) ในปัจจุบันเมืองทิมพูมีการเปลี่ยนแปลงจากการพัฒนาประเทศ ซึ่งเมืองหลวงจะมีความเจริญมากกว่าและกำลังมีการก่อสร้างอย่างมาก 

เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านชม: มหาสถูปแห่งทิมพู (National Memorial Chorten) มหาสถูปที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1974 เพื่อระลึกถึงกษัตริย์องค์ที่ 3 พระเจ้าจิ๊กมี่ ดอร์จี วังชุก ซึ่งได้ประดิษฐานพระบรมอัฐิของพระองค์ที่นี่ด้วย สร้างโดยเสด็จแม่ของพระเจ้าจี๊กมี่ ดอร์จี วังชุก มหาสถูปแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างทางศาสนาในเมืองทิมพูสไตล์แบบทิเบต โดยเมื่อครั้งกษัตริย์จิ๊กมี่ ดอร์จี วังชุก ยังมีชีวิตอยู่ มีพระประสงค์สร้างสถูปนี้ถวายเป็นพุทธบูชา เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนจิตใจอันบริสุทธิ์ของพระพุทธเจ้า ที่นี้มีภาพฝาผนังบอกถึงเรื่องราวต่าง ๆ ได้ดี

จากนั้น นำท่านชม ทาชิโชซอง ( TAshicho Dzong) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองหลวงทิมพู ซองแห่งนี้มีรูปแบบ สถาปัตยกรรมที่สวยงามมากและใหญ่โต โดยแยกเป็นส่วนต่าง  ๆ เช่นสถานที่ทำงานของกษัตริย์ สถานที่พักในฤดู ร้อนของสมเด็จพระสังฆราช ตลอดจนสถานที่ทำการของรัฐบาล  ช่วงเย็นนำท่านเดินเล่นในตัวเมืองทิมพู ท่านจะรู้สึกถึงความเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมการแต่งกาย ตลอดจนมิตรไมตรีจิตของผู้คน โดยชาวภูฏานจะแต่งกายด้วยชุดประจำชาติ โดยผู้ชายจะแต่งชุดที่เรียกว่า โค (Gho) ผู้หญิงเรียกว่า คีร่า (Kira) ท่านสามารถซื้อของที่ระลึกพื้นเมืองต่าง  เช่น ผ้าทอ เครื่องประดับเงิน ภาพทังก้า หนังสือ และแสตมป์ที่ระลึกในรูปแบบต่าง ๆ

ค่ำ...รับประทานอาหารค่ำ และนำท่านเข้าสู่ที่พัก

ที่พัก   เมืองทิมพู HOTEL MIGMAR หรือเทียบเท่า

วันที่สองของการเดินทาง : ทิมพู - พูนาคา

เช้า   รับประทานอาหารเช้า หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่เมืองพูนาคา อดีตราชธานีของภูฏาน ระยะทาง 80 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ก่อนออกเดินทางนำท่านขึ้นไปนมัสการพระใหญ่ ที่สุดในภูฏานบนจุดที่เรียกว่า Buddha Point และเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุด จากนั้นออกเดินทางต่อไปยังเมืองพูนาคา ระหว่างทางข้ามช่องเขาโดชูลา(Dochula Pass) ซึ่งเป็นจุดสูงสุดบนเส้นทาง ณ ระดับความสูง 3,150 เมตร ซึ่งมีสถูป“ดรุ๊ค วังเกล”(Druk Wangle Chorten) หมายถึงสถูปแห่งความเป็นสิริมงคลและสันติสุขของแผ่นดิน และผู้ที่เดินทางผ่านไปมาให้ปลอดภัยด้วย รายล้อมด้วยสถูปขนาดเล็ก จำนวน 108 องค์ สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระโพธิสัตว์สายวัชรยาน 108 องค์ สร้างโดยสมเด็จพระราชินี อะชิ ดอร์จี วังโม  รอบ ๆ บริเวณถูกประดับไปด้วยธงมนต์หลากสีสัน และในวันที่อากาศแจ่มใสจะสามารถมองเห็นแนว “เทือกเขาหิมาลัย”ได้อย่างชัดเจนให้ท่านได้พักถ่ายรูปและดื่มน้ำชากาแฟเพื่อชมบรรยากาศอันงดงาม จากด้านบนเดินทางต่อสู่เมืองปูนาคา ที่ระดับความสูง 1,300 เมตร จากนั้นเดินทางต่อสู่เมืองพูนาคา(Punakha)ที่ระดับความสูง 1,300 เมตร ดังนั้นสภาพอากาศจึงอบอุ่นกว่าที่ทิมพู กษัตริย์ภูฏานและสมเด็จพระสังฆราชจะทรงประทับที่เมืองนี้ในฤดูหนาว (ช่วงเดือน พ.ย.-เม.ย.) ปูนาคา จึงเป็นเมืองหลวงในฤดูหนาว และทิมพูเป็นเมืองหลวงในฤดูร้อน 

เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย   นำท่านชม ปูนาคา ซอง (Punakha  Dzong) ด้านหน้าของปูนาคาซองจะเป็นจุดที่แม่น้ำโพ(Po Chu) และแม่น้ำโม(Mo Chu)  ซึ่งหมายถึง แม่น้ำพ่อ และแม่น้ำแม่ไหลมาบรรจบกันพอดี ปูนาคาซองถือเป็นซองที่สำคัญที่สุดของภูฏาน เพราะเป็นสถานที่เก็บพระอัฐิของท่านซับดรุง งาวัง นัมเกล และยังเป็นสถานที่ซึ่งพระเจ้าอุกเยน วังชุก ได้ทำพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์แห่งภูฏาน เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2540 ดังนั้นวันที่ 17 ธันวาคมจึงกำหนดให้เป็นวันชาติภูฏานจากนั้นเดินทางต่อไปยังเมืองวังดีโปดรัง (Wangdi Phodrang) เป็นเมืองในอดีตที่สำคัญของประวัติศาสตร์ภูฏาน ระยะทางห่างจากปูนาคาเพียง 13 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที

ค่ำ   รับประทานอาหารเย็นที่ภัตตาคา นำท่านเข้าสู่ที่พัก เชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย

ที่พัก   เมืองวังดี โปดรัง DRAGON NEST RESORT หรือเทียบเท่า

วันที่สามของการเดินทาง :  วังดีโปดรัง – ผอบจิกะ (เป็นหนึ่งในหุบเขาที่สวยงามที่สุดในเทือกเขาหิมาลัย)

เช้า   รับประทานอาหารเช้าและเช็คเอ้าท์เดินทางต่อไปยังเมืองผอบจิกะ (Phobjikha) ระยะทางประมาณ 73 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ช.ม. ระหว่างทางชมธรรมชาติและทิวทัศน์ที่งดงาม ชมป่าสนไซปรัสที่มีมากที่เมืองนี้

เดินทางถึงผอบจิกะ 

เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย   นำท่านแวะชม วัดกังเตย์ (Gangtey Monastery) เป็นสำนักสงฆ์เก่าแก่ตั้งอยู่ด้านข้างของหุบเขา สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 21 หรือประมาณ 400 ปีมาแล้ว

จากนั้น   นำท่านเข้าสู่ที่พัก ให้ท่านได้พักผ่อนอิริยาบท และชื่นชมกับธรรมชาติและบรรยากาศอันแสนสงบ หรือจะออกไปเดินเล่นชมบรรยากาศรอบ ๆ ที่พัก

ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

ที่พัก   เมืองผอบจิกะ  DEWACHEN HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่สี่ของการเดินทาง : ผอบจิกะ - ทรองซา

เช้า   รับประทานอาหาร ณ โรงแรมที่พัก จากนั้นออกเดินทางไปยังเมืองทรองซาใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ช.ม. ระหว่างทางผ่านชมช่องเขาเพเลลาพาส (3,300 เมตร)  เลยช่องเขาไปจะมีหมู่บ้านใหญ่ชื่อ รูคุปจิ บ้านที่เมืองนี้จะเต็มไปด้วยทุ่งมัสตาร์ด ไร่มันฝรั่ง ทุ่งบาร์เลย์และข้าวสาลี ระหว่างทางยังมีกุหลาบพันปี เฟิร์น จากนั้นผ่านหมู่บ้านเชนเดปจิ เป็นจุดพักระหว่างทางการของกองคาราวานเดินทางจากทรองซาในช่วงรัชสมัยของกษัตริย์องค์ที่ 2 ของอาณาจักรภูฏาน จุดนี้ยังเป็นจุดสำคัญในการแบ่งภูฏานตะวันออกและภูฏานตะวันตก เขตนี้เป็นดินแดนของคนเลี้ยงจามรีและคนเลี้ยงแกะ ถ้าทัศนวิสัยปลอดโปร่งจะมองเห้นยอดเขาสูงๆ ของเทือกเขาหิมาลัยได้อย่างชัดเจน รวมทั้งยอดโชโมฮารี (7,219 m) ทางทิศตะวันตกด้วย ถัดจากหมู่บ้านนี้จะได้เห็นสถูปสีขาวองค์ใหญ่อยู่ริมลำธาร สถูปนี้จำลองมาจากสถูปสวยัมภูวนาถ ในกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล มีรูปตาวาดไว้ทั้ง 4 ทิศ สร้างขึ้นในครึ่งแรกของศตวรรษที 18 เพื่อสะกดปีศาจที่เข้ามาอาละวาดสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านในหุบเขาบริเวณนี้ หมู่บ้านสุดท้ายก่อนถึงทรองซา คือ หมู่บ้านทังเซปจิ จากจุดนี้ท่านจะได้เห็นวินอันตระการตาของป้อมทรองซา อย่างสมบูรณ์ มองเห็นหลังคาสีแดงอันโดดเด่น ป้อมทรองซานี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1645 ภายในประกอบด้วยสถาปัตยกรรมชั้นเลิศ ลานกว้าง ทางเดินและระเบียงอันสลับซับซ้อนเหมือนเขาวงกต ทั้งยังมีวิหารและหอบูชาอยู่มากถึง 25 หลัง ป้อมนี้เป็นป้อมที่สำคัญมาก เป็นสถานที่จัดงานพระราชพิธีแต่ตั้งองค์มกุฎราชกุมารขึ้นเฉลิมพระยศเป็นโชเชเป็นลป ก่อนที่จะขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์องค์ต่อไป 

เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย   นำทุกท่านเข้าไปชมในตัวป้อมทรองซา เมื่อเข้าไปในเขตของหุบเขาชูเม่ (เป็นหุบเขาแรกในสี่หุบเขาที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นหุบเขาบุมทัง) ที่นี่มีการทอผ้ายาตรา ซึ่งเป็นผ้าขนสัตว์ทอมือกันมาก เป็นรูปแบบเฉพาะสีสันสดใส ราคาไม่แพงมาก

ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ที่พักเมืองทรองซา YANGKHILL RESORT หรือเทียบเท่า

วันที่ห้าของการเดินทาง : ทอรองซา - บุมทัง

เช้า   รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก จากนั้นเตรียมออกเดินทางต่อไปยังเมืองบุมทัง ก่อนเดินทางแวะเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ทรองซา ซึ่งเดิมเคยเป็นหอสังเกตการณ์ของเมือง จากนั้นเดินทางสู่เมืองบุมทังซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งจิตวิญญาณที่ตั้งอยู่ใจกลางประเทศภูฏาน  เส้นทางนี้วิ่งผ่านช่องเขาโยตงลาพาส (3,425 m) ถือว่าเป็นเส้นที่มีวิวสวยที่สุดในภูฏาน 

เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวัน

ช่วงบ่ายไปเที่ยวป้อมจาคาซึ่งเป็นป้อมที่ใหญ่ที่สุดในภูฏาน โดยมีกำแพงป้อมยาวถึง 1 กิโลเมตร 

จากนั้น   เที่ยวชมวัดจัมเบลาคัด วัดที่เก่าแก่ที่สุดหนึ่งในสองของบุมทัง สร้างพร้อมกับวัดคิชูลาคัง ในเมืองพาโร สร้างโดยกษัตริย์ซองเทนแกมโปของทิเบตเพื่อสะกดปิศาจร้าย เที่ยวชมวัดเคอเจลาคัง เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ภายในตัววัดประกอบด้วยสามอารามใหญ่ และล้อมรอบด้วยสถูป 108 สถูป จากนั้นเที่ยวชมวัดทัมชิงลาคัง วัดในนิกายนิงมาปะ พบโดยท่านเทอทน เปเม ลิงปะ ภายในวัดมีจิตรกรรมฝาผนังโบราณที่เป็นภาพพระพุทธเจ้าทั้ง 1,000 ปาง และพระโพธิสัตว์ 

จากนั้น นำเที่ยวชมวัดเคนโชซัมลาคัง ซึ่งครั้งแรกถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 7 จากนั้นท่านเทอทน เปมา ลิงปะ ได้บูรณะวัดใหม่ในปี ค.ศ. 15เชื่อกันว่าตัววัดได้ถูกสร้างบนทะเลสาบใหญ่ที่ซึ่งท่านได้ค้นพบสมบัติสำคัญทางศาสนา จากนั้นมุ่งหน้าไปยังวิทยาลัยสงฆ์เคอชู ดรักซัง บนเนินเขา ที่นี่เป็นจุดชมวิวหุบเขาบุมทังที่สวยงาม บุมทัง

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ที่พักเมืองบุมทัง JAKAR VILLAGE หรือเทียบเท่า

วันที่หกของการเดินทาง : บุมทัง - พาโร (บินภายใน)

เช้า   รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก เช็คเอ้าท์ออกจากที่พัก พาท่านเดินเล่นในตัวเมืองบุมทังสบาย ๆ ก่อนขึ้นเครื่องกับเมืองพาโร ชมวิถีชีวิตของคนเมืองนี้ที่มีความศรัทธาอย่างแรงกล้าต่อพระพุทธศาสนา และยังยึดถือขนบประเพณีแบบโบราณอย่างเหนียวแน่น

จากนั้นนำท่านสู่สนามบินภายในประเทศ เครื่องออกประมาณเที่ยง เพื่อเดินทางกลับไปยังเมืองพาโร

12.30 น. ออกเดินทางสู่เมืองพาโร สายการบินดรุ๊กแอร์ เที่ยวบินที่ KB 1002 

13.05 น.เดินทางถึงเมืองพาโร พาโรเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศภูฏาน เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่อบอุ่นและสวยงามด้วยธรรมชาติ และอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากมีแม่น้ำสำคัญ ทั้ง 3 สายคือแม่น้ำตอสา,แม่น้ำวัง, และแม่น้ำพูนาซอง ไฮไลท์ของเมืองนี้พลาดไม่ได้กับการปีนเขาไปยังวัดทักซัง ระหว่างทางเพลิดเพลินกับความงามของธรรมชาติ

ชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติในเมืองพาโร ซึ่งในอดีตเคยเป็นป้อมปราการ (Ta Dzong) แต่ได้ถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี 1968 พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นที่เก็บรวบรวมเครื่องแต่งกาย หน้ากาก อาวุธ เหรียญกษาปน์ เครื่องมือเครื่องใช้ไม้สอย สัตว์ป่าในแถบเทือกเขาหิมาลัย รวมทั้งดวงตราไปรษณีย์ที่สวยงามมากมายหลายรูปแบบ ปัจจุบันได้ถูกจัดตกแต่งใหม่ให้สวยงามน่าชม พร้อมคำอธิบายโดยท่านเคนโป พุนชค ทาชิ (KhenpoPhuntsokTashi) เป็นผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์

ผ่านชม พาโรซอง (Paro Rinchen Pong Dzong) ตั้งอยู่เมืองพาโร ประเทศภูฎาน สร้างขึ้นในปี คศ. 1654 ทางตัวซองมีสะพานไม้ที่สวยงามผาดผ่านแม่น้ำก่อนที่จะเข้าสู่ตัวซอง ปัจจุบันใช้สำหรับส่วนบริหารข้าราชการ และอีกส่วนหนึ่งเป็นวัด มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ประมาณ 200 รูป ที่พาโรซองนี้เป็นส่วนหนึ่งของการถ่ายทำหนังเรื่อง “Little Buddha”

จากนั้น  นำท่านเข้าสู่ที่พัก อิสระพักผ่อนเก็บแรงไว้พิชิตยอดเขาทักซังวันรุ่งขึ้น

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ที่พักเมืองพาโร METTA RESORT หรือเทียบเท่า

วันที่เจ็ดของการเดินทาง : พาโร พิชิตยอดเขาทักซัง

เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.00 น.จากนั้น....นำท่านเดินขึ้นเขา ณ วัดทักซัง (Taksang Monastery) พิชิตวัดทักซังเป็นวัดที่ศักดิ์สิทธิ์และมีชื่อเสียงมากที่สุดในบรรดาวัดวาอารามของพุทธศาสนาในภูฏาน วัดตั้งอยู่บนหน้าผาหินสูง 900 เมตร คำแปลชื่อวัดนี้ แปลว่า Tiger’s Nest กล่าวกันว่าท่านกูรู หรือ พระอาจารย์ของวัดนี้ต้องขี่หลังนางเสือเพื่อขึ้นไปที่วัด จากนั้นท่านก็จะจำพรรษาอยู่ในถ้ำของวัดครั้งละ 3 เดือนวัดเคยถูกไฟไหม้เมื่อปี ค.ศ. 1951 และได้รับการซ่อมแซมจนสภาพดีดังเดิม แต่วัดก็เกิดไฟไหม้อีกครั้งเมื่อปี ค.ศ. 1998 คราวนี้ไฟเผาผลาญสิ่งก่อสร้างหลักและเครื่องตกแต่งภายในวัดไปจนหมด แต่รัฐบาลก็ได้ทำการซ่อมแซมบูรณะวัดขึ้นใหม่เมื่อปี ค.ศ. 2000 พร้อมกับจำลองสิ่งของเครื่องใช้ไม้สอยในวัดให้เหมือนเดิม จนสภาพวัดกลับมาดีดังเดิม ท่านซับดรุง งาวัง นัมเยล เคยมาเยี่ยมวัดนี้ในช่วงศตวรรษที่ 16 วัดนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวภูฏานเคารพนับถือมาก นักแสวงบุญจากทั่วประเทศจะเดินทางเพื่อมาสวดมนต์ภาวนาที่วัดนี้ตลอดเวลา ตามปกติ วัดจะไม่เปิดให้คนทั่วไปเข้าชมยกเว้นนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาไหว้พระและชมวัดนี้จะต้องขออนุญาตจากทางการเป็นพิเศษอย่างไรก็ดี การเดินขึ้นมาที่วัดบนหน้าผา เป็นประสบการณ์ที่มีค่าของนักเดินทางทุกคน     ใช้เวลาเดินทางไปกลับประมาณ 4-5 ชั่วโมงค่ะ สำหรับคนไทย โดยท่านสามารถเลือกขี่ม้าได้ค่ะ 1 ขาซึ่งประหยัดเวลาไปได้เยอะเหมือนกันค่ะ ค่าม้าประมาณ 500 งูลดรัม  และ ขาลงต้องเดินลงค่ะซึ่งวัดนี้นับว่าคุ้มค่ากับการเดินทางมากที่สุดค่ะเพราะศักดิ์สิทธิ์มากคะ (ควรเตรียมรองเท้าสำหรับเดิน Hiking พิชิตวัดทักซังให้พร้อมด้วยนะคะ)

เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บนเขาระหว่างเดินทางไต่เขาลงค่ะหลังอาหารนำท่านเดินทางกลับพาโรโดยเดินลง จากนั้นนำท่านกลับเข้าพักผ่อนที่โรงแรม ช่วงเย็นออกไปเดินเล่นในเมือง

ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำ พร้อมชมการแสดงพื้นเมืองรวมถึงระบำหน้ากากด้วยค่ะ

ที่พัก   เมืองพาโร METTA RESORT  หรือเทียบเท่า

วันที่แปดของการเดินทาง : พาโร - กรุงเทพฯ

06.30 รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม เช็คเอ้าท์เก็บสัมภาระให้เรียบร้อยพร้อมเดินทางกลับสู่ประเทศไทย

ก่อนกลับนำท่านชม และขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลก่อนเดินทางกลับบ้านที่วัด คิชู ลาคัง(KyichuLhakhang Temple) เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูฎานสร้างขึ้นตามความเชื่อถือศรัทธาในศาสนาพุทธมหายานแบบตันตระ ราวศตวรรษ 7โดยกษัตริย์ชาวทิเบตพระนามว่าซงเซ็น กัมโป  ตรงบริเวณเบื้องหน้าพระประธานมีรอยบุ๋มลึก เนื่องจากผู้มาแสวงบุญและมาสักการะด้วยการกราบแบบอัษฎางคประดิษฐ์ (ร่างกายแตะพื้น 8 จุด) ซ้ำๆ กันเป็นเวลานานนับพันปี

11.10ออกเดินทางกลับกรุงเทพ โดยสายการบินดรุ๊กแอร์เที่ยวบินที่ KB 126

16.10เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพและความประทับใจอิ่มใจในความบริสุทธิ์มิรู้ลืม

หมายเหตุ : กรุ๊ปเหมาหมู่คณะ 8 ท่านขึ้นไป ออกเดินทางได้ทุกวัน พร้อมหัวหน้าทัวร์ดูแลความสะดวกตลอดการเดินทางค่ะ

อัตราค่าบริการรวม

•ค่าตั๋วเครื่องบินและภาษีสนามบินภูฏานสายการบินแห่งชาติดรุ๊กแอร์ และตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ

•ค่าโรงแรมที่พัก 7 คืน พร้อมอาหารเช้า ตามโปรแกรมท่องเที่ยวด้านบน

•อาหารทุกมื้อตามที่ระบุในโปรแกรม

•ไกด์ท้องถิ่น (พูดภาษาอังกฤษ), เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกจากประเทศไทย

•ค่าประกันภัยการเดินทางวงเงิน 1.000,000.- บาท

•รถรับ-ส่ง และตลอดการเดินทางตามโปรแกรมทัวร์ด้านบน

•ค่าเข้าชมตามสถานที่ต่าง ๆ

•น้ำดื่มวันละ 2 ขวด ต่อท่าน

•ค่าวีซ่าภูฏานและภาษีท่องเที่ยวรัฐบาลภูฏาน

อัตราค่าบริการไม่รวม

•ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, พนักงานขับรถ, ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ,พนักงานบริการยกกระเป๋า 

•ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในรายการ

•ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (ถ้ามี)

•ค่าทำเอกสารผู้ถือ พาสปอร์ต ต่างด้าว

•ค่าน้ำหนักเกิน 20 กิโลกรัม ต่อท่าน

เอกสารที่ใช้ยื่นวีซ่า

•หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้งานเหลือมากกว่า 6 เดือน ก่อนวันเดินทางกลับ

•รัฐบาลภูฏานจะทำวีซ่าให้ก็ต่อเมื่อได้รับการชำระค่าทัวร์ 100 % แล้วเท่านั้น

•ค่าวีซ่าได้รวมอยู่ในค่าทัวร์แล้ว และท่านจะได้รับตราประทับวีซ่าเมื่อไปถึงสนามบินพาโร หรือ Phuentsholing (หากเดินทางทางรถยนต์)

•ยอดชำระเต็มต้องถูกส่งไปให้ทางภูฏานล่วงหน้าอย่างน้อย 3 อาทิตย์ก่อนวันเดินทาง และ 8อาทิตย์ก่อนวันเดินทางในช่วงเทศกาลเพราะนักท่องเที่ยวมากเดินทางมาจากทั่วโลกและมีสายการบินดรุ๊กแอร์สายการบินเดียวที่บินเข้าภูฏานค่ะ

สำรองที่นั่ง

1.สำรองที่นั่งก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 30-90 วัน

2.มัดจำครั้งแรกท่านละ 30,000 บาท (เพื่อสำรองที่นั่งตั๋วเครื่องบิน) ส่วนที่เหลือชำระภายใน 30 วันก่อนเดินทาง

แจ้งชื่อ-นามสกุล/ส่งหน้า พาสปอร์ต ส่งมาที่   e-mail:chulamanitravel_9@hotmail.com

เงื่อนไขการให้บริการ

1.กรุณาจองล่วงหน้าอย่างน้อย 4 สัปดาห์ และล่วงหน้า 8 สัปดาห์ในช่วงเทศกาล ก่อนการเดินทาง พร้อมชำระยอดเต็มล่วงหน้าอย่างน้อย 3 สัปดาห์ เนื่องจากรัฐบาลภูฎานจะออกวีซ่าให้ก็ต่อเมื่อชำระยอดทั้งหมดแล้ว

2.เงื่อนไขการยกเลิก

2.1ยกเลิกก่อนการเดินทางภายใน 30 วัน เก็บค่าเสียหายท่านละ 20% ของราคาทัวร์

2.2ยกเลิกก่อนการเดินทางภายใน 21 วัน เก็บค่าเสียหาย 30% ของราคาทัวร์

2.3ยกเลิกก่อนการเดินทางภายใน 7 วัน เก็บค่าเสียหาย 50% ของราคาทัวร์

2.4ยกเลิกวันเดินทาง เก็บค่าเสียหาย 100% ของราคาทัวร์

3.เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้วท่านงดการใช้บริการรายการใดรายการหนึ่งหรือไม่เดินทางพร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการคืนได้ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น

4.กรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯ และในต่างประเทศปฏิเสธมิให้เดินทางออกหรือเข้าประเทศที่ระบุในรายการเดินทางผู้จัดขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น

การชำระเงิน

ทางบริษัทฯ ขอเก็บเงินค่าตั๋วเครื่องบินจำนวน 30 ,000.- บาท ต่อผู้โดยสารหนึ่งท่าน ส่วนที่เหลือชำระก่อนการเดินทางอย่างน้อย 20  วัน มิฉะนั้นทางบริษัทฯ จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่ามัดจำทั้งหมด

หมายเหตุ

1.ของเหลว เจล และเสปรย์ทุกชนิด กรุณานำใส่กระเป๋าสัมภาระ กรณีที่จะนำติดตัวไปให้บรรจุใส่ถุงพลาสติกใสเปิด-ปิดผนึกได้ไม่เกิน 1 ถุง ปริมาณที่ระบุไว้บนภาชนะที่ใส่ชิ้นละไม่เกิน 100ml/g รวมไม่เกิน 1,000ml/g

สายการบินดรุ๊กแอร์อนุญาติให้นำสัมภาระติดตัวขึ้นไปยังห้องผู้โดยสารบนเครื่องบินได้อีกคนละ 1 ชิ้น น้ำหนักไม่เกิน 5kg. และขนาดไม่เกิน 45cmx30cmx20cm

 

จุฬามณี ทราเวล เปิดให้ท่านได้จัดกรุ๊ปพิเศษเฉพาะคณะของท่านเองราคาขึ้นอยู่ตามจำนวนคน หรือต้องการเดินทางส่วนตัวโดยไม่มีหัวหน้าทัวร์ กรุณาติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ     ติดต่อเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ที่ Line ID : chulamani2